
เคาะให้บุคคลมีอำนาจยื่นศาลรธน.สั่งหยุดล้มล้างการปกครอง
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เคาะให้บุคคลมีอำนาจยื่นศาลรธน.สั่งหยุดล้มล้างการปกครอง
กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เคาะให้บุคคลมีอำนาจยื่นศาลรธน.สั่งหยุดล้มล้างการปกครอง
การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ต่อจากการพิจารณาเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่สามารถให้ความเห็นชอบได้จำนวน 27 มาตราครอบคลุมในหมวดทั่วไปและหมวดพระมหากษัตริย์ โดยการประชุมในวันนี้คณะกมธ.ได้เริ่มต้นในประเด็นเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งทางฝ่ายเลขานุการแจ้งว่าคณะกมธ.ยกร่างฯควรทยอยพิจารณาให้เสร็จอย่างน้อยวันละ 18 มาตรา เพื่อให้ทันตามกรอบระยะเวลาของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกมธ.ได้เรียงลำดับการพิจารณาในรายมาตราที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ได้แก่ มาตราที่บัญญัติว่า "การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐ ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ" และมาตราที่ระบุว่า "สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้โดยชัดแจ้ง โดยปริยายหรือโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมได้รับความคุ้มครองและผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐโดยตรงในการตรากฎหมาย การใช้บังคับกฎหมายและการตีความกฎหมายทั้งปวง"
ในเรื่องนี้มีกมธ.หลายคนต้องการให้มีการเพิ่มถ้อยคำเพื่อให้เกิดการบังคับใช้ให้ครอบคลุมการที่รัฐต้องจัดให้มีการบริการสาธารณะ แต่ฝ่ายเลขานุการเห็นแย้งว่าถ้าไปเพิ่มเช่นนั้นจะก่อให้เกิดความซ้ำซ้อน เพราะความผูกพันของรัฐต่อเรื่องการจัดการบริการสาธารณะจะไปอยู่ในมาตราอื่นๆ ประกอบกับมาตรานี้เป็นการตอกย้ำถึงหลักการสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกมธ.มีความเห็นชอบร่วมกันกับเนื้อหาของฝ่ายเลขานุการ
ต่อมาเป็นการพิจารณามาตราที่ว่าด้วยการบัญญัติให้ "บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพลักษณะก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้ ในกรณีที่บุคคลพบเห็นการกระทำย่อมมีสิทธิเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดได้ มีอำนาจสั่งให้เลิกการกระทำหรือสั่งการอื่นได้ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญและวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่การใช้สิทธิเช่นว่านี้ไม่กระทบกระเทือนต่อการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำดังกล่าว"
ฝ่ายเลขานุการยกร่างฯ ชี้แจงว่า มาตรานี้มีไว้เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจสั่งการหรือมีมาตรการชั่วคราวเพื่อให้หยุดการกระทำที่จะกระทบต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันเป็นหลักการสูงสุดของชาติ ในทางกลับกันถ้าไม่มีมาตรานี้จะทำให้ขาดมาตรการการปกป้องหลักการสูงสุดของชาติไปโดยปริยาย โดยอำนาจการสั่งการอื่นของศาลรัฐธรรมนูญจะถูกกำหนดไว้ในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ
จากนั้น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญหลายคนได้สลับกันอภิปรายเพื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหา เช่น การขอให้กำหนดการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน 2 ช่องทาง ประกอบด้วย 1.การยื่นผ่านอัยการสูงสุด เพื่อให้เป็นหน้าที่ของทนายแผ่นดินในการดำเนินการ 2.ให้ประชาชนยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการตีความเหมือนกับอดีตอีก และควรให้เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลสามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้นอกเหนือไปจากบุคคล
ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้ตัดหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ออกไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก เพราะถ้าใครที่มีการกระทำที่กระทบต่อระบอบการปกครองประชาธิปไตย ก็ให้ไปถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาแทน
ท้ายที่สุดแล้วที่ประชุมคณะกมธ.ยกร่างฯยังให้คงเนื้อหาไว้ตามเดิมตามที่ฝ่ายเลขานุการนำเสนอ แต่ได้เพิ่มถ้อยคำที่ให้กลุ่มบุคคลสามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้







