posttoday
พระราชทานฝนหลวงกรณีพิเศษเติมน้ำในเขื่อน3จังหวัด

พระราชทานฝนหลวงกรณีพิเศษเติมน้ำในเขื่อน3จังหวัด

14 มิถุนายน 2553

ในหลวงพระราชทานฝนหลวงกรณีพิเศษ3หน่วยที่เชียงใหม่-ขอนแก่น-นครสวรรค์เติมน้ำใน3เขื่อนหลัก ภูมิพล-อุบลรัตน์-ป่าสักชลสิทธิ์

ในหลวงพระราชทานฝนหลวงกรณีพิเศษ3หน่วยที่เชียงใหม่-ขอนแก่น-นครสวรรค์เติมน้ำใน3เขื่อนหลัก ภูมิพล-อุบลรัตน์-ป่าสักชลสิทธิ์

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลเรื่องน้ำ เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสผ่าน นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ว่าทรงห่วงใยกรณีปัญหาฝนทิ้งช่วงจากสถานการณ์ภัยแล้ง จึงได้พระราชทานฝนหลวงกรณีพิเศษ 3 หน่วย ที่จ.เชียงใหม่  จ.ขอนแก่น และ จ.นครสวรรค์ เพื่อดูแลการเติมน้ำในเขื่อนโดยตรง

พระราชทานฝนหลวงกรณีพิเศษเติมน้ำในเขื่อน3จังหวัด เครื่องบินปฏิบัติการฝนหลวง

รวมถึงพระราชทานเทคนิคพิเศษในการปฏิบัติการฝนหลวง โดยเน้นขั้นตอนการเลี้ยงให้อ้วนด้วยการเพิ่มความแข็งแรงให้กับก้อนเมฆ แล้วจูงเมฆนั้นไปให้ตรงกับบริเวณของอ่างเก็บน้ำโดยตรง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้ตรงกับพื้นที่เป้าหมายได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ฝนหลวงกรณีพิเศษทั้ง 3 หน่วย ใน 3 จังหวัดข้างต้นจะปฏิบัติการเพิ่มน้ำครอบคลุมเขื่อนขนาดใหญ่ คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และจากรายงานพบว่ามีปริมาณฝนเริ่มตกในพื้นที่สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้ในระดับหนึ่งปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำในเขื่อนภูมิพลอยู่ที่ระดับ 216 เมตรระดับทะเลปานกลาง คิดเป็นปริมาณน้ำทั้งสิ้น 4,187 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือร้อยละ  31  ของความจุอ่าง มีน้ำสามารถใช้การได้เพียง 387 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายน้ำออกวันละ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อเทียบกับปี 2552 ซึ่งมีปริมาณน้ำ 5,661 ล้านลูกบาศก์เมตร น้อยกว่าปีที่แล้ว 1,474 ล้านลูกบาศก์เมตร  ซึ่งจะสามารถระบายน้ำได้อีกเพียง 45 วันเท่านั้น 

สำหรับฝนหลวงพระราชทานนี้จะมีขึ้นยามที่เกิดวิกฤติภัยแล้งและการปฏิบัติการฝนหลวงปกติจากทางราชการอาจไม่เพียงพอหรือทันการณ์ในการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะมีการพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ หรือบุคลากรของสำนักพระราชวังเข้าร่วมในขั้นตอนต่างๆ

ด้านนายวราวุธ ขันติยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า สำนักฝนหลวงและการบินเกษตรจึงมีการปรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือรองรับวิกฤติน้ำในเขื่อนเหลือน้อย ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.53 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยเปิดเป็นหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 3 แห่ง คือ จ.เชียงใหม่ มีเป้าหมายบริเวณลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพลตอนบน  เขื่อนสิริกิติตอนบน และเขื่อนอื่นในภาคเหนือตอนบน จ.ตาก เป้าหมายบริเวณลุ่มน้ำรับเขื่อนภูมิพลตอนล่าง  และ จ.พิษณุโลก เป้าหมายที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ตอนล่าง และใช่ จ.แพร่ เป็นฐานเติมสารฝนหลวง  

"แผนดังกล่าวจะช่วยให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ครอบคลุมเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนกิ่วลม และเขื่อนกิ่วคอหมา รวมถึงสามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ขาดแคลนน้ำในเขตพื้นที่ภาคเหนือ 15 จังหวัดอีกด้วย"นายวราวุธ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท