
เอกชนเสนอทางรอด
ผลของการระดมสมองระหว่างภาคเอกชนกว่า 20 แห่งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นไปอย่างราบรื่น โดยนักธุรกิจต่างมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลรับลูกและจะเร่งรัดดำเนินการให้สำเร็จโดยเร็ว
ผลของการระดมสมองระหว่างภาคเอกชนกว่า 20 แห่งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นไปอย่างราบรื่น โดยนักธุรกิจต่างมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลรับลูกและจะเร่งรัดดำเนินการให้สำเร็จโดยเร็ว
อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นายกฯ รับปากเอกชนจะเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการต่างๆ โดยเฉพาะเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการบริหารจัดการน้ำที่มีความล่าช้า การเร่งหาทางดูแลเกษตรกรชาว
สวนยาง และสิ่งสำคัญที่สุดที่เอกชนเสนอคือ การเดินหน้าแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ผลักดันเอสเอ็มอีได้อย่างเต็มที่ และขอให้ดูแลเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำ ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อในประเทศ
สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นายกฯ ยืนยันว่าจะเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างเต็มที่ โดยสั่งการให้ทุกส่วนราชการผลักดันอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังให้เร่งรัดผลักดันดูแลเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการตลาด โดยเฉพาะอีคอมเมิร์ซ การเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ส่วนภาคการเงิน ต้องผลักดันให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันเอสเอ็มอีในอัตราที่สูง
สุดท้ายคือการดูแลเรื่องภาษีไม่ให้สูงจนเกินไป มีกระบวนการที่จะดึงเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อให้สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือของรัฐบาล และช่วยเหลือเรื่องปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เป็นข้อดีที่รัฐกับเอกชนได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ซึ่งจะทำให้เห็นความชัดเจนของการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งสามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่อไป โดยสมาคมธนาคารไทยได้รายงานต่อที่ประชุมว่าขณะนี้ฐานะของสถาบันการเงินไทยโดยรวมมั่นคงพร้อมที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี สมาคมธนาคารไทยขอให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งผลักดันเรื่องของกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจที่ภาคเอกชนรอมา 17 ปีแล้ว หากออกมาได้จะช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ให้ออกมาเร็วๆ นี้ เพื่อให้ธุรกรรมทางการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ได้เสนอให้ช่วยเร่งรัดการแก้ความล่าช้าของการอนุมัติการจัดทำการประเมินผล
กระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดให้มีมาตรฐานเดียวกับใน กทม.และปริมณฑล
นอกจากนี้ ยังขอให้มีการเร่งรัดการขอใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างชาติ เพื่อทำให้การก่อสร้างเร็วขึ้น เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ใช้แรงงานต่างด้าวกว่า 70% และยังเสนอให้รัฐบาลคงอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ในอัตราเดิม เพื่อไม่ให้กระทบกับต้นทุนของธุรกิจและภาระของประชาชนที่จะซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น
“ปัจจุบันธุรกิจอสังหาฯ มีมูลค่าประมาณ 6.3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของจีดีพี ซึ่งหากสามารถแก้ปัญหาได้ ก็จะช่วยให้ประเทศขับเคลื่อนได้ดีมากขึ้น” ทองมา กล่าว
เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เสนอว่า ควรเร่งการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลที่มีอยู่กว่า 17 ล้านตัน ออกไปให้ได้ 50% หากทำได้คาดว่าราคาข้าวจะขยับเพิ่มจากกิโลกรัมละ 12.40 บาท ไปเป็น 14 บาท หรือขยับขึ้นจากตันละ 8,000 บาท เป็น 9,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้
ขณะที่ ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า อยากให้เร่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลต่อธุรกิจเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดใหญ่ และนายกฯ เสนอว่า การค้าปลีกหากกำลังซื้อในประเทศไม่เพียงพอก็ต้องเสริมด้วยนโยบายการท่องเที่ยว ถือเป็นโรดแมปในการแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว 5 ปี
นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.จะเสนอข้อมูลการส่งออกปี 2558 และแนวทางการผลักดันให้ขยายตัวได้ 4% รวมถึงแผนระยะยาวเพื่อให้ไทยเป็นผู้นำในเออีซีและในตลาดโลกอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม การหารือครั้งนี้ นายกฯ หงุดหงิดเล็กน้อยเรื่องการประชาสัมพันธ์ยังไม่เข้าถึงประชาชน หลังรับฟังหลายเรื่องจากนักธุรกิจ สั่งต้องสร้างการรับรู้พีอาร์มากขึ้น







