
บอร์ดบีโอไอไฟเขียวเว้นภาษีเอสเอ็มอี38กิจการ
บอร์ดบีโอไอ เคาะเว้นภาษีเอสเอ็มอี 38 ประเภทกิจการ สูงกว่าสิทธิประโยชน์พื้นฐาน
บอร์ดบีโอไอ เคาะเว้นภาษีเอสเอ็มอี 38 ประเภทกิจการ สูงกว่าสิทธิประโยชน์พื้นฐาน
นางหิรัญญา สุจินัย รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้ลงนามในประกาศที่ 5/2557 เรื่อง มาตรการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพื่อส่งเสริมศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับเอสเอ็มอีของไทยให้สามารถก้าวสู่ระดับสากลมากขึ้น
ทั้งนี้ กิจการที่ได้รับการส่งเสริมฯ จะได้รับสิทธิและประโยชน์ด้านภาษีสูงกว่าเกณฑ์ปกติ โดยจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่ 2-8 ปี จากปกติที่บางกิจการไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้2 ปี หรือบางกิจการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 3 ปี ก็จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มอีก 2 ปี รวมเป็น 5 ปี
สำหรับเอสเอ็มอีที่จะยื่นขอรับสิทธิและประโยชน์ตามมาตรการนี้ จะต้องเป็นกิจการที่มีเงินลงทุนขั้นต่ำของแต่ละโครงการไม่น้อยกว่า 5 แสนบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) มีบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% ของทุนจดทะเบียน มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 3 ต่อ 1 โดยเมื่อรวมกิจการทั้งหมดทั้งที่ได้รับการส่งเสริมและไม่ได้รับการส่งเสริมแล้ว ผู้ขอรับส่งเสริมต้องมีสินทรัพย์ถาวรสุทธิ หรือเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่เกิน 200 ล้านบาท
นอกจากนี้ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มขึ้นอีก 1-3 ปี หากมีการลงทุนเพิ่มในด้านต่างๆ อาทิ การวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากค่าธรรมเนียม การใช้สิทธิเทคโนโลยีที่พัฒนาจากแหล่งในประเทศ การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีขั้นสูง
สำหรับกิจการเอสเอ็มอีที่บีโอไอให้การส่งเสริม มีจำนวนทั้งสิ้น 38 ประเภทกิจการ อาทิ กิจการผลิตปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ กิจการเลี้ยงสัตว์หรือสัตว์น้ำ (ยกเว้นกุ้ง) กิจการผลิตผลิตภัณฑ์แก้ว หรือเซรามิก ผลิตเครื่องดนตรี เหล็กหรือชิ้นส่วนเหล็ก ผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะ ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ผลิตยา ศูนย์บริการโลจิสติกส์ สร้างภาพยนตร์







