
รวบ "เชาวรินธร์" คดีฉ้อโกง11ล้านศาลให้ประกันตัว
ตำรวจจับ "เชาวรินธร์" คาสนามบินตามหมายจับคดีฉ้อโกง บริษัทในกัมพูชาเป็นเงิน 11 ล้าน เจ้าตัวปฏิเสธลั่นฟ้องกลับ ศาลให้ประกันตีราคา1ล้าน
ตำรวจจับ "เชาวรินธร์" คาสนามบินตามหมายจับคดีฉ้อโกง บริษัทในกัมพูชาเป็นเงิน 11 ล้าน เจ้าตัวปฏิเสธลั่นฟ้องกลับ ศาลให้ประกันตีราคา1ล้าน
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจตม.สุวรรณภูมิร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.ดุสิต จับกุมตัว ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 10/2558 ลงวันที่ 6 ม.ค.58 ข้อหา ฉ้อโกงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนโดยสามารถจับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิขณะ ร.ต.ท.เชาวรินธ์กำลังเดินทางไปต่างประเทศ ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่สน.ดุสิต
จากนั้นในเวลา 13.00 น. ได้มีผู้เสียหาย ทราบชื่อ นายพิทักษ์ ศรีนวกุล อายุ 57 ปี ตัวแทนบริษัทบีพีซี ที่ประเทศกัมพูชา เดินทางมาที่สน.ดุสิต เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดี พร้อมเปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว เป็นการแฮกอีเมลแล้วเปลี่ยนแบบฟอร์ม ชื่อ เลขบัญชี และธนาคารที่จะโอนเงินค่าซื้อปูนซีเมนต์ โดยบริษัทบีพีซีของประเทศกัมพูชาได้ติดต่อซื้อปูนซีเมนต์จากบริษัททีพีไอของประเทศไทยซึ่งติดต่อซื้อขายเป็นประจำ ไม่มีปัญหาใดๆ จนมีการส่งอีเมลแล้วให้เปลี่ยนเลขบัญชีเกิดขึ้นโดยมีการเปลี่ยนเลขบัญชีปลายทางเป็นธนาคารกรุงไทย สาขารัฐสภา ซึ่งบริษัทก็ได้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวจำนวน 11 ล้านบาท เป็นค่าซื้อปูนซีเมนต์ เพื่อไปขายที่ประเทศกัมพูชาในวันที่ 7 พ.ค.57 จนเงินเข้าบัญชีวันที่ 8 พ.ค.57
นายพิทักษ์ กล่าวอีกว่า ทางบริษัททราบเรื่องภายหลังว่าโอนเงินเข้าผิดบัญชีจึงเดินทางมาแจ้งความที่สน.ดุสิต เจ้าของพื้นที่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจึงทราบว่าบัญชีที่โอนเงินเข้าไปเป็นบัญชีของสมาคมวัฒนธรรมไทยจีนที่มี ร.ต.ท.เชาวรินธร์ เป็นกรรมการโดยมีการเบิกเงินในวันที่ 9 พ.ค. 57 พอติดต่อได้ ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ก็แจ้งว่า ได้รับเงินจริง แต่ไม่ทราบว่าเงินมาจากไหน เพราะมีคนมาทำบุญกับสมาคมฯจำนวนมาก ส่วนเงินได้นำไปใช้แล้ว พร้อมบอกว่าหากเป็นเงินที่บริษัทบีพีซีโอนมาผิดจริง ก็จะคืนเงินให้จึงมีการเจรจาคืนเงินกันตั้งแต่ช่วงแรก โดยมีการนำเอกสารมาชี้แจง เช่น สลิปโอนเงิน แต่ร.ต.ท.เชาวรินธร์บอกว่าเอกสารไม่ชัดเจนเลยยังไม่คืนเงิน
ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนตามขั้นตอน กระทั่ง เจ้าหน้าที่ออกหมายเรียก2 ครั้ง ให้ร.ต.ท.เชาวรินธร์มาสอบปากคำ แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงไม่ยอมมา อ้างว่าติดภารกิจเจ้าหน้าที่จึงออกหมายจับจนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดินทางเข้าห้องพนักงานสอบสวน ร.ต.ท.เชาวรินธร์ได้พูดเสียงดังพร้อมรอยยิ้มว่า “ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาพร้อมจะดำเนินการฟ้องกลับผู้เสียหายด้วย”
ภายหลังสวบสวนนานกว่าครึ่งชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังซึ่งระหว่างขึ้นรถตำรวจ ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ได้กล่าวว่า ขอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้รับเงินมาจริง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเงินของใคร ส่วนเงินที่ได้มานำไปทำบุญสร้างเจ้าแม่กวนอิมใหญ่ที่สุดในโลก
ต่อมาพ.ต.อรรคริน ลักธศักย์ศิริ บุตรชาย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นตำแหน่งของพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มูลค่า 600,000 บาท พร้อมเงินสดอีก 400,000 บาท รวมมูลค่า 1 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราว ร.ต.ท.เชาวรินธร์
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตำแหน่งของบุตรชายผู้ต้องหามีความมั่นคง จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ







