posttoday
กมธ.ยกร่างฯเพิ่มวรรคสองม.7ป้องกันกระทบสถาบันเบื้องสูง

กมธ.ยกร่างฯเพิ่มวรรคสองม.7ป้องกันกระทบสถาบันเบื้องสูง

12 มกราคม 2558

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มวรรคสองในมาตรา 7 ป้องกันการแอบอ้างส่งผลกระทบต่อสถาบันเบื้องสูง เปิดช่องให้องค์กรตัดสินให้ได้ข้อยุติได้

กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มวรรคสองในมาตรา 7 ป้องกันการแอบอ้างส่งผลกระทบต่อสถาบันเบื้องสูง เปิดช่องให้องค์กรตัดสินให้ได้ข้อยุติได้

เมื่อวันที่ 12 ม.ค.นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงความคืบหน้าการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นวันแรก ว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 12-16 ม.ค. กมธ.วางกรอบพิจารณาบททั่วไป ภาค 1 พระมหากษัติร์ย์และประชาชน และภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและสถาบันการเมือง เฉพาะหมวด 2 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รวมทั้งสิ้น 89 มาตรา โดยตั้งเป้าไว้จะพิจารณาเฉลี่ยให้ได้วันละ 18 มาตรา

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นการพิจารณาบททั่วไปจำนวน 7 มาตรา ภาค 1 พระมหากษัตริย์และประชาชน หมวด 1 พระมหากษัตริย์ 18 มาตรา รวมทั้งสิ้น 25 มาตรา สำหรับผลการพิจารณาชื่อร่างใช้คำว่า “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” และตั้งแต่บททั่วไป มาตรา 1 – 6 ไม่มีการแก้ไขถ้อยคำในมาตราดังกล่าว

ทั้งนี้ ยกเว้นมาตรา 7 จากเดิมตามรัฐธรรมนูญ 2550 มีเพียงแค่วรรคหนึ่ง ที่ระบุว่า “เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้การกระทำการหรือวินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติรย์ทรงเป็นประมุข”

โดยกมธ.ยกร่างฯได้เพิ่มวรรคสอง ระบุว่า “ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกระทำหรือการวินิจฉัยกรณีใดตามวรรคหนึ่ง สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน ก็ได้ แต่สำหรับศาลฎีกาและศาลปกครองสูงสุด ให้กระทำได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดีและเมื่อมีมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด”

“สาเหตุที่ต้องมีการเพิ่มวรรคสองในมาตรา 7 นั้น เนื่องจากตลอด 17 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี 2540 เมื่อเกิดสถานการณ์ทางการเมืองมักจะมีการนำมาตรา 7 มาแอบอ้างในหลายรูปแบบและส่งผลกระทบต่อสถาบันเบื้องสูง กรณีที่นำมาตรา 7 มาแอบอ้างมักจะเป็นประเด็นปัญหาที่ไม่มีองค์กรใดมาตัดสินหาข้อยุติได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการเปิดช่องทางให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งมาทำหน้าที่ตัดสินและให้ได้ข้อยุติ เพื่อไม่ให้กระทบหรือนำสถาบันมาแอบอ้างอีก”โฆษกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกล่าว 

อย่างไรก็ตาม การที่กมธ.ยกร่างฯเพิ่มวรรคสอง จะเป็นการปิดทางการเสนอนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 7 ถือว่าไม่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะยังมีประเด็นปัญหาที่นอกเหนือไปจากนายกฯมาตรา 7 เช่น ก่อนที่จะมีรัฐประหารก็เคยมีปัญหาว่ารัฐสภาจะเปิดประชุมได้หรือไม่ ซึ่งประเด็นนายกฯ มาตรา 7 น่าจะจบลงตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 2549 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอักขราทร จุฬารัตน อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด นำตุลาการศาลปกครองสูงสุด เฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ ว่า มาตรา 7 ไม่เคยมีการปฎิบัติตามประเพณีการปกครอง ที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า จากกรณีที่เคยมีกลุ่มคนประกาศไม่เคยรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญแล้วให้มาทำหน้าที่วินิจฉัยเกรงว่าจะเกิดปัญหาหรือไม่ นายคำนูณ กล่าวว่า  ไม่มีปัญหา ต้องเดินหน้าไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ การที่คนมีมุมมองที่ต่างกัน มันก็ต้องมีองค์กรที่วินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งตามกฎหมายเดิมก็ได้ระบุแล้วว่า ให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุดและผูกพันทุกองค์กร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท