
ความกล้า (ทำ) ดี
สังเกตไหมครับว่ามาตรฐานความเก่งเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ก่อนหน้านี้เรามีไอคิว (IQ-Intelligence Quotient) ไว้วัดความฉลาด คิดไว เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา เราเริ่มมีอีคิว (EQ-Emotional Quotient หรือ Emotional Intelligence) เพื่อวัดความเก่งในการเข้าใจและเข้าถึงจิตใจของตัวเราเอง รวมถึงผู้คนรอบข้าง โลกเรามีนิยามความเก่งหลายแบบ แต่มีแบบไหนบ้างที่จะใช้เป็นหลักในการวัดความเก่งหรือสภาวะผู้นำเพื่อประคับประคองให้โลกเราดำเนินไปบนวิถีแห่งความยั่งยืน ทำไมคนเก่งหลายคนจึงเก่งแบบเฉโก (Cunning) เก่งเอาตัวและพรรคพวกรอด แถมยังเป็นที่ยกย่องในสังคม และถูกยึดเป็นต้นแบบที่สร้างพลังบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่
สังเกตไหมครับว่ามาตรฐานความเก่งเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ก่อนหน้านี้เรามีไอคิว (IQ-Intelligence Quotient) ไว้วัดความฉลาด คิดไว เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา เราเริ่มมีอีคิว (EQ-Emotional Quotient หรือ Emotional Intelligence) เพื่อวัดความเก่งในการเข้าใจและเข้าถึงจิตใจของตัวเราเอง รวมถึงผู้คนรอบข้าง โลกเรามีนิยามความเก่งหลายแบบ แต่มีแบบไหนบ้างที่จะใช้เป็นหลักในการวัดความเก่งหรือสภาวะผู้นำเพื่อประคับประคองให้โลกเราดำเนินไปบนวิถีแห่งความยั่งยืน ทำไมคนเก่งหลายคนจึงเก่งแบบเฉโก (Cunning) เก่งเอาตัวและพรรคพวกรอด แถมยังเป็นที่ยกย่องในสังคม และถูกยึดเป็นต้นแบบที่สร้างพลังบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่
ผมได้ลองทบทวนและหาบทสรุปของความเก่งและสภาวะผู้นำที่โลกกำลังต้องการ แล้วลองตั้งชื่อความเก่งในแนวทางนี้ว่า “ความกล้าดี” หรือ Ethical Intelligence คำว่า ”กล้าดี” นั้น อาจจะทำให้คนส่วนใหญ่เกิดความรู้สึกในเชิงลบ อย่างเช่น “คุณกล้าดีอย่างไรถึงมาพูดกับผู้ใหญ่แบบนี้” แต่ปัญหาของสังคมไทยก็คือ ถึงแม้ว่าคนจำนวนมากจะรู้จักผิดชอบชั่วดี แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำตามมโนธรรมในจิตใจ และประเด็นที่น่าเป็นห่วงก็คือ มีน้อยคนนักที่จะกล้าลุกขึ้นมาต่อสู้กับการเอาเปรียบในสังคม ต่อสู้กับการโกง โดยอ้างว่ากลัวเปลืองตัว กลัวถูกเขม่น บอกกับตนเองว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ความกล้าดีที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ เป็นความกล้าที่เกิดจากความละตัวตน ไม่ใช่การลุกขึ้นมาท้าตีท้าต่อย หรือโต้เถียงเพราะอยากเอาชนะ แต่เพราะปรารถนาจะเห็นสังคมโดยรวมเกิดความเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน จึงเป็นความเก่งที่มาจากความพอเพียงและมีความสุขในการเห็นความเป็นปึกแผ่นในสังคม คนที่มีความกล้าดีจึงใช้ชีวิตโดยเอาปัญญาที่มีมโนธรรมและจริยธรรมเป็นที่ตั้ง ทำทุกอย่างจากความเชื่อข้างในลึกๆ ดำรงชีวิตอย่างดี มีความสงบในจิตใจ เพราะทำในสิ่งที่คิด และคิดในสิ่งที่ทำ
คราวนี้ลองมานึกดูสิครับว่า องค์กรที่มีคนลักษณะนี้เป็นผู้นำ และทำให้วัฒนธรรมขององค์กรมีความกล้าดีด้วย จะเป็นองค์กรที่มีจุดยืนชัดเจน มีความเข้าใจและปฏิบัติตามพันธกิจ (Mission) ตลอดเวลา เข้าใจถึงความเสี่ยงในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดระบบบรรษัทภิบาลที่ทันต่อสถานการณ์ เมื่อไม่ต้องการเอาเปรียบสังคมหรือคู่แข่งโดยการซิกแซ็ก จึงจำเป็นต้องหานวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาสร้างคุณค่า องค์กรเหล่านี้เองจึงเป็นที่เชื่อถือของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ทั้งคู่ค้าและลูกค้าก็อยากทำธุรกิจด้วย คนรุ่นใหม่ที่มองหางานที่ตอบโจทย์ชีวิตก็อยากทำงานด้วย เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น ผมลองแยกแยะองค์ประกอบความเก่งหรือภาวะผู้นำแบบกล้าดีออกเป็นประเด็นหลัก ดังนี้
1.ไม่ยึดตนเป็นที่ตั้ง (Selflessness) ไม่เห็นแก่ตัว ถ้าเป็นหลักธรรมะ มันก็คือพรหมวิหาร (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) นั่นเอง การเห็นว่าตนและผู้อื่นมีความเสมอภาค ไม่ได้เป็นแค่พื้นฐานของประชาธิปไตยเท่านั้น แต่มันยังเป็นหลักของพรหมวิหาร หรือการอยู่อย่างพรหม ผู้นำที่มีอำนาจหากสามารถคิดได้เช่นนี้ ก็จะเคารพในความเสมอภาคของลูกน้องและคนรอบข้าง ไม่ใช้สิทธิตามอำนาจเพื่อความสะดวกสบายของตนหรือพวกพ้อง เมื่อองค์กรต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต การไม่เอาตนเป็นที่ตั้ง (Selflessness) จะทำให้เกิดการแก้ปัญหาโดยไม่ยึดเอาผลประโยชน์ ศักดิ์ศรีหรือความอยู่รอดของตนเป็นที่ตั้ง สิ่งเหล่านี้แหละที่เป็นเงื่อนไขในการสร้างความยั่งยืนขององค์กรอย่างแท้จริง
2.มีปัญญาเฉลียวมองโลก (Intuitive Wisdom) ทำให้สามารถมองเห็นโลกอย่างเป็นระบบ (System Thinking) คนฉลาดบางคนอาจไม่มีความเฉลียวใจ เพราะยึดติดอยู่กับมุมมองเดิมๆ เมื่อไม่สามารถเปิดใจรับมุมมองใหม่ๆ ได้ ก็จะกลายเป็นคนที่ยึดติดกับรูปแบบ (Form) และพลาดที่จะมองประเด็นหลัก (Substance) ที่สำคัญกว่า หรือกลายเป็นคนขวางโลกไป เป็นที่น่าสังเกตว่าคอร์รัปชั่นรูปแบบใหม่ๆ เป็นลักษณะของการสมรู้ร่วมคิดที่เกิดขึ้นในระดับนโยบายที่แนบเนียน จนกระทั่งกฎระเบียบที่มีอยู่ตามไม่ทัน ความเฉลียวจึงเป็นความเก่งที่สำคัญในการรู้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบัน
3.ระเบิดมโนธรรมและแรงศรัทธา (Burst Their Inner Belief) ปัญญาที่เกิดจากการไม่ยึดตนเป็นที่ตั้ง เป็นบ่อเกิดของความซื่อสัตย์ต่อตนเอง จึงเกิดความกล้าหาญที่ระเบิดออกมาจากมโนธรรมและแรงศรัทธาเบื้องลึก เนื่องด้วยเป็นคนมีปัญญาเฉลียวมองโลก (Intuitive Wisdom) จึงไม่งมงาย หากแต่เชื่อในการให้ เชื่อว่าเป็นหน้าที่ในการที่จะรักษาสังคมให้เป็นปึกแผ่นและเกื้อกูลกัน จิตใจของท่านเหล่านี้มีพรหมวิหารเป็นที่ตั้ง ปีติจากศรัทธาดังกล่าว ซึ่งจะระเบิดความเชื่อออกมาเป็นพลังในการทำงานเพื่อส่วนรวม ผู้ที่มีคุณสมบัติข้อนี้เป็นคนไม่กลัวการเห็นต่าง และพร้อมที่จะใช้ความเมตตาในการแก้ปัญหาความขัดแย้งและน้อมใจรับฟัง ซึ่งจะทำให้เกิดกระบวนการ “เข้าใจ เข้าถึง แล้วจึงพัฒนา” ตามหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
4.สร้างแรงบันดาลใจในการร่วมอยู่ร่วมเจริญ (Inspire and Integrate) ในโลกปัจจุบันนั้นการเปลี่ยนแปลงมีผลกระทบถึงกันทันทีอย่างไร้พรมแดน อย่างเช่นในกรณีวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง โรคระบาดไข้หวัดนก ความเสียหายจากสึนามิ ทางออกและหนทางป้องกันปัญหาจึงขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้นำในการสร้างแรงบันดาลใจและโน้มน้าวผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ที่มีหลากหลายกลุ่มหลากหลายความเชื่อให้มาประสานมือประสานใจดำเนินการร่วมกัน
ความเชื่อว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน นอกจากจะสอดคล้องกับความเชื่อทั้งทางโลกตะวันตกและตะวันออกแล้ว แม้แต่คำว่า Integrity หรือความซื่อตรง ก็มีรากศัพท์จากคำภาษาละตินว่า Intactus (หรือภาษาอังกฤษคือ Intact) แปลว่า “เป็นหนึ่งเดียวกัน” ซึ่งถือเป็นข้อเตือนใจให้ประพฤติตนด้วยความซื่อตรงเพื่อคงความเป็นปึกแผ่นและความเกื้อกูลในสังคม อันสอดคล้องกับแนวคิดว่าสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันของโลกตะวันออก ในทางกลับกัน คำว่า Corrupt มาจากการผสมคำของศัพท์ละตินที่ว่า “Cor หรือ Altogether” และคำว่า “Rumpere” หรือ “To Break” นี่แหละครับที่เป็นสิ่งแสดงความเชื่อของคนโบราณว่า การโกง การเอาเปรียบสังคมนี่แหละ ที่เป็นตัวการทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และความไม่เข้าใจไม่เชื่อใจกันก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งและการแตกแยก แต่ในทางกลับกัน วิถีของโลกเราจะสามารถดำเนินไปอย่างยั่งยืน เกื้อกูลเป็นปึกแผ่นก็ด้วยความซื่อตรงที่พวกเรามีต่อกันเป็นหลัก
ลองคิดดูสิครับว่าโลกเราจะสงบสุขมากขึ้นขนาดไหน ถ้าเรามีคนที่กล้าดี มี Ethical Intelligence แบบนี้มากๆ ในช่วงเทศกาลของการให้นี้ เรามาให้โอกาสคนเหล่านี้ได้เป็นที่เชิดชูกันในครอบครัว องค์กร และสังคมดีไหมครับ สวัสดีปีใหม่ครับ







