posttoday
เครื่องยนต์เศรษฐกิจ รวนแก้ไม่ตก

เครื่องยนต์เศรษฐกิจ รวนแก้ไม่ตก

12 มกราคม 2558

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แม้ว่าหน่วยงานทางเศรษฐกิจต่างๆ จะออกมาบอกว่าเศรษฐกิจปีนี้จะกลับมาขยายตัวได้ดี แต่ภาคเอกชนกลับยังไม่เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะโตตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 4% ต่อปี ทั้งๆ ที่ผ่านปีใหม่มาได้ไม่ถึงเดือนหน่วยงานเศรษฐกิจไทยของรัฐบาลพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจปีแพะจะถูกขับเคลื่อนโดยการลงทุนภาครัฐ และการส่งออกที่กลับมาขยายตัวได้ดี แต่ภาคเอกชนและนักลงทุนกลับไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะแนวโน้มการเบิกจ่ายลงทุนของรัฐบาลยังมีปัญหา และการส่งออกของประเทศยังทำท่าไม่ได้ฟื้นอย่างที่รัฐบาลประเมินไว้ ภาวะดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ถึงเศรษฐกิจปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชนยังเป็นไข้หนาวๆ ร้อนๆ อยู่ตลอดเวลา

ยิ่งเมื่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ของกระทรวงการคลัง ออกมายอมยกธงขาวเป็นรายสุดท้ายว่าเศรษฐกิจปี 2557 จะขยายตัวไม่ถึง 1% ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายที่ผ่านมาทำได้อย่างเก่งแค่ 3% จากที่อยากให้ได้ 3.2% เนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า นอกจากนี้การส่งออกที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีก็ไม่เป็นอย่างที่คาด สุดท้ายจึงได้แต่ทำใจว่าเศรษฐกิจปีม้าที่ผ่านมาจะขยายตัวได้ประมาณ 0.8% ต่อปี ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ไว้เท่านั้น

ปัจจัยลบที่กระทบเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดว่าเครื่องยนต์การเบิกจ่ายยังมีปัญหาเร่งไม่ขึ้น และการส่งออกอาการแย่กว่าที่คาดไว้

จากตัวเลขการเบิกจ่ายของกรมบัญชีกลาง ไตรมาสสุดท้ายปี 2557 ยิ่งเห็นได้ชัดว่าอาการหนักแค่ไหนเมื่อเบิกจ่ายรวมได้งบประมาณปี 2558 วงเงิน 2.57 ล้านล้านบาท ในช่วงไตรมาสแรก หรือตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค. 2557 เบิกจ่ายได้ 7.66 แสนล้านบาท หรือ 29.76% น้อยกว่าปีงบประมาณที่ผ่านมาที่เบิกได้ 30.13% โดยในส่วนของงบลงทุนวงเงิน 4.44 แสนล้านบาท เบิกจ่ายได้ 4.12 หมื่นล้านบาท หรือ 9.29% เท่านั้น

ขณะที่การส่งออกที่รัฐบาลพยายามให้แย่ที่สุดขยายตัวได้ 0% แต่ก็ดึงไม่ขึ้น สุดท้ายตัวเลขที่ออกมาการส่งออกปีม้าต้องตกหลังม้าขยายตัวติดลบ ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของปี 2557 ที่ลากมาจนถึงสิ้นปี เป็นเหตุทำให้เอกชนยังไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้จะดีกว่าปีที่ผ่านมา

เพราะหากไปดูการเบิกจ่ายของรัฐบาลที่จะใช้เป็นเครื่องยนต์สำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้ มีสัดส่วนมูลค่า 5-10% ของจีดีพีเท่านั้น ให้เบิกจ่ายได้เต็มเป้าก็ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้มาก แต่จะมี
ผลดีสามารถดึงการลงทุนจากภาคเอกชนที่มีสัดส่วนถึง 50% ของจีดีพี ให้มั่นใจกลับมาลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

แต่เมื่อการเบิกจ่ายยังวิกฤตห่างเป้าจำนวนมาก ก็เป็นปัญหาหนักด้านเศรษฐกิจ เพราะไม่ได้สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนเอกชนมาลงทุนเพิ่ม ทำให้เงินลงทุนของเอกชนยังถูกชะลอความชัดเจนของเศรษฐกิจและการเมืองมากกว่านี้

ในแง่ของการทำงานหน่วยงานเพื่อเร่งเบิกจ่ายเองก็มีปัญหาหนักอกที่รัฐบาลแก้ไม่ตก คือ หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเกียร์ว่างไม่เร่งดำเนินการโครงการลงทุน เพราะเห็นว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกาลและเหลืออายุบริหารประเทศอีกแค่ 1 ปี ก็มีการเตะถ่วงโครงการลงทุนเพื่อรอรัฐบาลใหม่ที่เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามาดำเนินการ

เพราะเมื่อไปดูไส้ในของการเบิกจ่ายภาครัฐที่ผ่านมาครึ่งปี ตั้งแต่การบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และของรัฐบาลซึ่งใช้ทั้งไม้แข็งไม้นวมเร่งรัดหน่วยงานเบิกจ่าย แต่ก็ไม่เป็นผล นอกจากเงินลงทุนจากงบประมาณเบิกช้า งบพิเศษอย่างไทยเข้มแข็ง 1.5 หมื่นล้านบาท เบิกได้หลักร้อยล้านบาท งบแจกเงินชาวนา 4 หมื่นล้านบาท ที่คาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้ยังจ่ายไม่หมด หรือเงินแจกชาวสวนยางอีก 4 หมื่นล้านบาท ตรวจรายชื่อกันเป็นเดือนได้ไม่กี่ราย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องผ่าทางตันให้จ่ายเงินไปก่อนและตรวจความถูกต้องภายหลัง แค่เท่านี้ก็เห็นแล้วว่าการเร่งเบิกจ่ายอัดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจยากเย็นแสนเข็ญ

ในด้านการส่งออกที่มองว่าจะกลับมาเป็นพระเอกดันเศรษฐกิจไทยปีนี้อีกครั้ง ก็เจอปัจจัยเสี่ยงจ่อคอหอยตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ มีเพียงประเทศสหรัฐอเมริกาฟื้นตัวอยู่เพียงเจ้าเดียว แต่ยุโรป จีน ญี่ปุ่น ยังมีปัญหา และยังมีปัญหาของประเทศรัสเซียที่อาจเป็นต้นตอวิกฤตเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ การส่งออกของไทยปีแพะยังถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีจากสหภาพยุโรป (จีเอสพี) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 เนื่องจากไทยถูกจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี ส่งผลให้ไทยถูกระงับสิทธิพิเศษดังกล่าวทุกรายการ เป็นจำนวนสินค้ากว่า 6,200 รายการ คิดเป็นวงเงินประมาณปีละ 3 หมื่นล้านบาท หรือ 4% ของมูลค่าสินค้าที่ไทยส่งไปสหภาพยุโรป หรือคิดเป็นผลกระทบ 0.4% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในแต่ละปี โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบสูงสุด ได้แก่ สินค้าประเภทอาหารทะเลแช่แข็ง เกษตรแช่แข็ง รถจักรยานยนต์ แม้ว่ามูลค่าไม่มาก แต่ในภาวะที่การส่งออกของไทยไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ปัญหาเล็กก็ทำให้เกิดผลกระทบเพิ่มมากขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ การส่งออกของไทยที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3-4% ก็จะไปไม่ถึงเป้า ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทรุดหนักเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะการส่งออกของไทยมีมูลค่าถึง 60% ของจีดีพี หากการส่งออกอ่อนแรงก็ทำให้เศรษฐกิจหมดกำลังขณะที่การบริโภคภาคเอกชนก็ยังต้องลุ้น แม้ว่าราคาน้ำมันลดลง แต่สินค้าและค่าครองชีพกลับแพงสวนทาง ทำให้การบริโภคมีปัญหา รวมถึงน้ำมันถูกทำให้สินค้าเกษตรถูกลงไปด้วย รายได้เกษตรกรลดลง การบริโภคก็ตก เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก และทำให้เศรษฐกิจไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวอย่างสดใสอย่างที่คาดหวังกันไว้

เมื่อเศรษฐกิจไทยยังตกอยู่ภายใต้เงาของความเสี่ยง จากเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ยังมีปัญหารวนแก้ไม่หาย การเบิกจ่ายอืดดึงการลงทุนเอกชนไม่ขึ้น การส่งออกยังอมโรค ทั้งพิษเศรษฐกิจต่างประเทศและปัญหาการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงคุณภาพสินค้าของผู้ผลิตสินค้าส่งออก การบริโภคยังฝืดเคือง อยากใช้จ่ายแต่ไม่มีเงิน รายได้ไม่เพิ่ม สวนทางกับสินค้าราคาแพง ค่าครองชีพสูง ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ตอนแรกทำท่าจะสดใสก็เริ่มหมดหวังต้องนั่งลุ้นหัวก้อยกันตั้งแต่ต้นปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท