
ล้างขั้วตำรวจ ระวังคลื่นใต้น้ำมวลใหญ่
สุดท้ายบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ที่สร้างความฮือฮาภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็เสร็จสิ้นลง หลังจากที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เห็นชอบตามที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผชบ.น.) นำเสนอ
สุดท้ายบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ที่สร้างความฮือฮาภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็เสร็จสิ้นลง หลังจากที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เห็นชอบตามที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผชบ.น.) นำเสนอ
เป็นชื่อของ 147 รอง ผบก.และ 59 ผกก. รวมแล้ว 73 นาย ที่ถูก พล.ต.ท.ศรีวราห์ เชือดทิ้ง ย้ายออกนอกหน่วย ด้วยความผิดเรื่องป้ายโฆษณาฉาวที่ตามเล่นงานหนักถึงขั้นถูกเด้งออกนอกหน่วย
วงการสีกากีเวลานี้ จึงสั่นสะเทือนจากการย้ายบิ๊กล็อต ล้างขั้ว สายทักษิณออกอีกระลอก
ตำรวจที่มีคอนเนกชั่นกับ คสช.ขึ้นยกแผง โดยเฉพาะ พล.ต.ท.ศรีวราห์ นรต.รุ่น 35 ก็ได้แรงหนุนขึ้นเป็น ผบช.น. จาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พี่ใหญ่ คสช. รวมถึง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. โดยมีกองเชียร์อย่าง พล.ต.อ.อัยยรัช เวสสะโกศล อดีต รอง ผบ.ตร. ที่สนิทสนมกัน “บิ๊กป้อม” และในฐานะนายเก่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ คอยสนับสนุนอยู่อีกทาง
เพราะเหตุผลการย้ายไม่น่าจะใช่เรื่องป้ายโฆษณา หากแต่เป็นเรื่องของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ ที่ต้องการล้างบางตำรวจฝั่งตรงข้าม เพื่อเปิดช่องว่างและนำพานายตำรวจในคาถาเข้ามาทำงาน
ความผิดเท่านี้ถือเป็นเรื่องเล็กสำหรับวงการตำรวจ เพราะที่ผ่านมาผิดหนักหนากว่าแค่เรื่องป้ายโฆษณา เต็มที่แค่ย้ายมาช่วยราชการ เรื่องเงียบก็กลับไปทำงานดั่งเดิม
เมื่อดูรายชื่อผู้ที่จะเข้ามาทดแทนตำแหน่งของ 73 นายตำรวจ ที่ออกนอกหน่วยไป ก็ไปพบชื่อของตำรวจที่คุ้นกันดีกับ ผบช.น.คนปัจจุบัน ที่น่าสนใจคือ เกือบทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดแทบทั้งสิ้น และหลายคนได้ผงาดเข้ามาครอบครองทำเลทองคำของนครบาล
อาทิ พ.ต.อ.โกสินทร์ กาญจนโกมล ผกก.สภ.ไชยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี เข้ามาเป็น ผกก.สน.เตาปูน พ.ต.อ.สมโภชน์ ทัศนา ผกก.สภ.ดงละคร จ.นครนายก ข้ามห้วยมานั่ง ผกก.สน.ปากคลองสาน หรือในพื้นที่ทองคำอย่าง สน.ปทุมวัน ก็มีชื่อ พ.ต.อ.สมฤกษ์ ชัยสุทัศยาสันต์ ผกก.สภ.กุดบาก จ.สกลนคร เข้ามานั่งเป็น ผกก. รวมถึง พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์ ผกก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 35 เพื่อนร่วมรุ่น ผบช.น. ก็ขยับเข้าเมืองกรุงเป็น ผกก.สส.บก.น.4 เป็นต้น
อีกหลายตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งมาทดแทนคนเดิม ก็จะพบว่าเป็นนายตำรวจที่เคยทำงานด้านความมั่นคงร่วมกับสาย “วงษ์สุวรรณ” หรืออีกนัยหนึ่งคือตำรวจที่เป็นที่ไว้วางใจของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ เช่น พ.ต.อ.ศราวุธ เอี่ยมสำราญ ที่โยกจาก รอง ผบก.ปัตตานี มาเป็น รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ พุกบัวขาว รอง ผบก.ภูเก็ต เป็น รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.กิตติพงศ์ วิเศษสงวน ผกก.สภ.บางบาล จ.พระนครศรี อยุธยา โยกมาคุมแหล่งทองคำนครบาล ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สภ.สว่างแดนดิน มาเป็น ผกก.สน.สำราญราษฎร์ โรงพักเกรดเอย่านฝั่งธนฯ พ.ต.อ.ณัฐณวิทย์ สิทธาภิรมย์ ผกก.สภ.แม่ระมาด จ.ตาก เป็น ผกก.สน.บางเขน พ.ต.อ.ชนาวิน พวงเพ็ชร ผกก.ฝอ.8 บก.อก.บช.น. เป็น ผกก.สน.พญาไท
รายชื่อข้างต้นเป็นตัวอย่างสะท้อนให้เห็นถึงการดึงตำรวจภูธรเข้ามาทำงานในเมืองกรุงชนิดยกเข่ง และมาควบในตำแหน่งสำคัญอย่าง ผกก.ในพื้นที่เมืองกรุงมากเกินครึ่ง และการถ่ายเลือดล็อตใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นครบาลครั้งนี้กลับทำให้เห็นภาพเดิมในวัฏจักรของตำรวจเดิมๆ ขั้วไหนมา ขั้วนั้นก็ต้องได้ดี
แม้เหตุผลในการโยกย้ายจะเป็นธรรมเนียมที่อ้างว่า ในเมื่อ ผบช.น.มาดำรงตำแหน่งใหม่ ก็เป็นเรื่องปกติที่ ผบช.น.จำต้องดึงคนของตัวเองเข้ามาทำงาน เพื่อสนองนโยบายให้เป็นไปตามเป้าหมายหรือตามที่ต้องการ แน่นอนว่าหากเป็นคนของขั้วอื่น การสั่งการในแนวปฏิบัติภายหน้าอาจเกิดปัญหาได้
แต่คำถามคือ ถ้ายังย้ายล้างบาง เล่นพรรคพวกอย่างนี้ องค์กรตำรวจก็ยังอยู่ในวังวนเดิมๆ การเมืองแทรกแซง แต่งตั้งโยกย้าย ทั้งที่อยู่ใน “ยุคปฏิรูป” นอกจากนี้ วงการสีกากีก็ยังเผชิญกับความแตกแยก แบ่งขั้วไม่จบสิ้น และกลายเป็นปัญหาคลื่นใต้น้ำมวลใหญ่ ที่สะสมมาจากการโยกย้ายครั้งก่อน หลัง คสช.เข้ามาล้างบางหลายรอบ
ถึงกระนั้น คนที่อกหักเพราะคำสั่งย้ายออกนอกหน่วยสำหรับ 73 นายตำรวจข้างต้น แน่นอนว่าต้องเจ็บใจกับคำสั่งของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ คงรวมพลตบเท้าไปศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรม
บรรทัดสุดท้ายจากการโยกย้ายที่เกิดขึ้น จึงยังไม่เห็นว่าจะมีแสงสว่างว่า การปฏิรูปตำรวจ จะรูปร่างหน้าตอย่างไรเมื่อคนของใครยังเป็นใหญ่ตามนายเหมือนเดิม







