posttoday
ยรรยงซัดถอดถอนยิ่งลักษณ์หวังผลการเมือง

ยรรยงซัดถอดถอนยิ่งลักษณ์หวังผลการเมือง

11 มกราคม 2558

"ยรรยง" เชื่อปมถอนถอน "ยิ่งลักษณ์" หวังผลการเมืองกำจัดศัตรู ชี้เป็นการปฏิเสธอำนาจของคสช.-ศาลรัฐธรรมนูญ

"ยรรยง" เชื่อปมถอนถอน "ยิ่งลักษณ์" หวังผลการเมืองกำจัดศัตรู ชี้เป็นการปฏิเสธอำนาจของคสช.-ศาลรัฐธรรมนูญ

​นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ กล่าวว่า กรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงตอบโต้ คณะกรรมาการป้องกันและปราบปราการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ที่เสนอให้สภานนิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ถอดถอน นั้น นอกจากจะเป็นการถอดถอนซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็นและไม่มีกฎหมายรองรับแล้ว ยังมีผลเท่ากับเป็นการปฏิเสธอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและคสช.อย่างชัดแจ้งอีกด้วย

​นายยรรยง ชี้แจงว่า การยุบสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550มีผลทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ยังคงต้องทำหน้าที่รักษาการไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่ ในทำนองเดียวกันเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ก็ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลุดพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแต่ยังคงต้องทำหน้าที่รักษาการอยู่ต่อไปเมื่อมีการรัฐประหารและคสช.ได้มีคำสั่งให้ยุบคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ​จึงมีผลทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปโดยเด็ดขาด โดยไม่ต้องทำหน้าที่รักษาการอีกต่อไป เพราะโดยผลของคำสั่งคสช.ทำให้คสช.เองเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารแต่ผู้เดียว น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงหลุดพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยสมบูรณ์แล้วตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557

นายยรรยง กล่าวอีกว่า การดำเนินการฟ้องถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงอาจวิเคราะห์ได้ 2 ประการคือ

1. ผู้ดำเนินการไม่ยอมรับและไม่เชื่อมั่นว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและคำสั่งของคสช.มีผลทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์หลุดพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยสมบูรณ์อย่างแท้จริง ซึ่งจำเป็นต้องฟ้องให้ สนช. พิจารณาถอดถอนอีก ซึ่งมีผลเท่ากับการปฏิเสธอำนาจของคสช. และศาลรัฐธรรมนูญ

2.การฟ้องถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ มุ่งผลทางการเมืองในอนาคต คือต้องการกำจัด ศัตรูคู่แข่งทางการเมืองที่มีศักยภาพสูงสุดในปัจจุบัน โดยไม่เคารพต่อเจตนารมณ์และหลักการของการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (Impeachment) ซึ่งต้องการขจัดผู้บริหารหรือผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะที่เขายังดำรงตำแหน่งอยู่ ให้หลุดพ้นจากตำแหน่งนั้นๆ เพื่อไม่ให้เขาสามารถใช้อำนาจในตำแหน่งนั้นต่อไปเท่านั้น

นายยรรยง  กล่าวอีกว่า  ในสถานการณ์ปกติ ผู้มีอำนาจถอดถอนคือวุฒิสภาซึ่งมีหน้าที่เฉพาะในการกลั่นกรองกฎหมายและตรวจสอบบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง โดยมุ่งที่จะกลั่นกรองและตรวจสอบผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญๆเช่น อัยการสูงสุด ผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เป็นต้น และมีหน้าที่ตรวจสอบและพิจารณาถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใต้กรอบกฎหมายและโครงสร้างในขณะนั้นๆ เท่านั้น แต่ขณะนี้ประเทศตกอยู่ในสถานการณ์พิเศษการเสนอให้ สนช. ซึ่งคสช.แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อใช้อำนาจที่ได้รับถ่ายโอนมาจากวุฒิสภา ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ซึ่งได้ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยคสช.ให้ใช้อำนาจที่กว้างขวางกว่าเดิม กล่าวคือเสนอให้สนช.ถอดถอนบุคคลที่คสช.ได้สั่งให้พ้นจากตำแหน่งไปแล้วจึงส่อว่าจะเป็นการถ่ายโอนอำนาจของวุฒิสภาอย่างบิดเบือนโดยหวังผลทางการเมืองเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท