
ทางออกจากปัญหา
ครบรอบปีเวียนมาถึง ก็ถึงเวลาทบทวนตัวเองกันที จะกี่ปี ขอแนะนำให้ “รู้จักปล่อยวางเสียบ้าง”
ครบรอบปีเวียนมาถึง ก็ถึงเวลาทบทวนตัวเองกันที จะกี่ปี ขอแนะนำให้ “รู้จักปล่อยวางเสียบ้าง” ก็เป็นคำสอนจากผู้ใหญ่ที่น่าฟัง ปีนี้ท่านบอกอีกว่า “ปล่อยวางก็เหมือนการรู้จักทางขึ้น-ลง เข้า-ออก จากทุกสิ่งนั่นแหละ” ฟังดูเป็นคำสอนนามธรรมที่เข้าใจยาก ต้องผ่านการตีความอย่างไรชอบกล
สิ่งที่ท่านบอก เป็นการบ้านเชื่อชวนให้ผมนิ่งนึกตลอดวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ และไปถึงว่า ทางเข้าและทางออกของทุกเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่อาจจะมีอยู่จริง ทว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะได้รับอนุญาตให้เดินเข้า-ออก หรือปล่อยวางได้ ที่ผ่านมาเราต่างได้บทเรียนในเรื่องนี้ และอาจจะได้ข้อสรุปว่า ทั้งความสำเร็จและล้มเหลวต่างต้องเรียนรู้กรณีที่กล่าวมาเหมือนๆ กัน
“ศิลปิน” แต่ละแขนงเป็นกลุ่มอาชีพที่ต้องเผชิญหน้ากับเงื่อนไขข้างต้นอย่างค่อนข้างหนักสาหัสกว่าอาชีพอื่น โดยเฉพาะอาชีพนักแสดงหรือดารา เนื้อหา จากหนังเรื่อง Sunset Boulevard (หนังปี 1950 กำกับการแสดงโดย บิลลี่ ไวล์เดอร์)
หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องดาราดัง ผู้มีรูปเป็นทรัพย์ มีพรสวรรค์ด้านการแสดงเป็นต้นทุน ชื่อ นอร์มา เดสมอนด์ (รับบทโดย กลอเรีย สวอนสัน) เธอเป็นดาราที่ได้รับความนิยมและยิ่งใหญ่อยู่ในยุคของหนังเงียบ อดีตอันโด่งดังทำให้เธอมีรายได้มหาศาล เงินที่ได้ถูกนำมาสร้างเป็นอาณาจักรส่วนตัวหรูหรา ที่ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม แต่ละจุดบรรจุไปด้วยประวัติอันน่าทึ่งของบุคคลสำคัญร่วมยุคเดียวกับเธอ “รูดอล์ฟ วาเลนติโน เคยเต้นรำที่นั่น” เธอบอก และหมายถึงห้องรับแขกประดับประดาไปด้วยสารพัดภาพถ่าย ภาพเขียน (ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวเธอเอง) ไม่ผิดนักหากจะบอกว่า คฤหาสน์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว
ซันเซท บูเลอวาร์ด เป็นถนนชื่อดังอยู่ใจกลาง แอล.เอ. ที่นี่เรียงรายไปด้วยบ้านเศรษฐีผู้มีฐานะ และบุคคลสำคัญในวงการบันเทิงที่วงการฮอลลีวู้ดนำมาล้อเลียนให้เห็นในหนังมาหลายยุคหลายสมัย
อุตสาหกรรมหนังเติบโตขึ้น จากหนังเงียบกลายเป็นหนังที่มีเสียงพูดของตัวละคร จากฟิล์มขาวดำเป็นฟิล์มสี สายพานการผลิตป้อนตลาดบันเทิงที่ไม่เคยหยุดนิ่ง วงการนี้มีดาราแจ้งเกิดและดับลงแทบทุกวัน นับประสาอะไรกับความนิยมในตัวนอร์มา จึงไม่น่าแปลกที่ความโด่งดังของเธอจะเริ่มลดลง นี่เป็นวิถีปกติมีสารพัดเหตุผลมาใช้อธิบายให้เห็นภาพและเข้าใจได้ หากแต่ทั้งหมดนอร์มาไขหูไม่อาจรับฟังและยอมรับได้เลยสักข้อ เธอได้แต่จมปลักอยู่กับความรุ่งเรืองในอดีต จนกลายเป็นบุคคลที่มีสภาพจิตที่ไม่ปกตินัก เธอหลงตัวเองจนยอมรับไม่ได้ว่ายุคของตัวเองนั้นผ่านพ้นไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนคืน และโทษว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของคนอื่นๆ รอบตัว
เกร็ดเล็กๆ ที่เป็นเสมือนภาพล้อตัวเองอยู่ในที คือกรณีที่หนังเรื่องนี้เลือก กลอเรีย สวอนสัน มาเล่นเป็น นอร์มา ว่ากันว่า ก่อนตัดสินใจรับบทนี้ อาชีพการงานของเธอกำลังอยู่ในช่วงขาลง แทบจะตรงตามที่ตัวละครตามท้องเรื่องกำลังประสบ
เช่นเดียวกับ ลูก้า ฟลอเรส นักดนตรีเปียโนแจ๊ซ ชาวอิตาเลียน ลูก้า เป็นนักดนตรีที่มีทักษะและเทคนิคการเล่นที่โดดเด่น ทุกตัวโน้ตที่บรรเลงผ่านการพรมนิ้วลงบนคีย์เปียโน ทั้งเพลงจังหวะกระชับและเพลงเนิบช้า สามารถตรึงผู้ฟังได้ชะงัด หากแต่มันได้ซุกซ่อนความเศร้าและทุกข์ใจจากความทรงจำในวัยเด็ก ที่สูญเสียแม่จากอุบัติเหตุรถยนต์ในเคนยาไว้เบื้องหลัง อย่างชนิดที่ตัวเขาเองไม่อาจข้ามพ้นไปได้เลย
ลูก้าจมดิ่งและเฝ้าคิดว่า ตัวเขาคือสาเหตุที่ทำให้แม่ ครูคนแรกที่ทำให้เขาหลงรักดนตรีจากไป แม้ชีวิตการงานจะประสบความสำเร็จไม่น้อย แต่ทุกคราวที่ต้องอยู่คนเดียว เขาก็เอาแต่คิดเรื่องเดิม นั่นก็คือเรื่องที่ตัวเขาเป็นต้นเหตุของความสูญเสียของครอบครัว
เพื่อนนักดนตรีกล่าวชื่นชมชั้นเชิงการเล่นเปียโนของเขา พร้อมทั้งเอ่ยปากว่า น่าแปลกใจในการเล่นอันเหนือชั้นนี้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่ามันออกมาจากนักดนตรีที่ไม่แตะต้องยาเสพติดเลย เพื่อนร่วมยุคนักดนตรีที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ต่างพึ่งพายาเสพติดด้วยความเชื่อว่าเป็นพาหนะไปสู่เส้นทางความสำเร็จในการสร้างสรรค์ผลงานออกมา
ลูก้าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสารเสพติดใดๆ เพราะทุกเมื่อเชื่อวัน เขาเสพความทุกข์ใจและกล่าวโทษตัวเองอย่างไม่มีวันข้ามพ้น แม้กระทั่งวันที่ทราบข่าวว่า นักดนตรีแจ๊ซชื่อดัง เชต เบเกอร์ ซึ่งเขามีโอกาสได้ร่วมตระเวนแสดงดนตรีด้วยเสียชีวิตอย่างปริศนา ตกลงมาจากระเบียงห้องพัก โดยพบเฮโรอีนและโคเคนในเลือด
ไม่มีใครสรุปได้อย่างชัดเจนว่า ความตายของเบเกอร์เกิดจากอะไร แต่แทนที่ลูก้าจะเชื่ออย่างนั้น เขากลับบอกพี่สาวว่า เขาคือต้นเหตุที่ทำให้เชตตาย ด้วยการเล่นเปียโนสเกล อี ไมเนอร์ ไม่มีใครเข้าใจได้ว่า สเกลมรณะที่ลูก้าหมายถึงคืออะไร แต่ทั้งหมดก็บ่งบอกได้อย่างชัดเจนแล้วว่า ลูก้าไม่อาจจะเดินออกมาข้ามพ้นความเศร้าที่รุมเร้าในวัยเด็กได้ ต่อมาก็ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาโรคทางจิต แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองในคืนหนึ่ง ทิ้งจดหมายอำลา บอกว่าเมื่อเล่นดนตรีต่อไปไม่ได้ ตัวเขาก็ไร้ความหมาย และรู้ดีว่าสักวันก็หนีเรื่องนี้ไปไม่พ้น
ทั้งความสำเร็จและล้มเหลว ต่างต้องเรียนรู้ว่า ไม่มีสูตรสำเร็จหรือลายแทงที่ทำให้ใครรู้จักทางขึ้น-ลง เข้า-ออก จากทุกสิ่ง แต่ละคนต้องเรียนรู้ที่จะไขปัญหา เหมือนที่หนุมานไขได้จากที่ถามทางลงไปเมืองบาดาล จากมัจฉานุ ลูกหลงของตัวเองที่เกิดจากนางสุวรรณมัจฉา มัจฉานุผู้กตัญญูต่อไมยราพณ์ ไม่ยอมบอกโดยตรง บอกเพียงว่า “มาทางไหน ก็ให้ไปทางนั้น”







