
ชงแช่แข็งเงิน80คนดังโยงแดง
ปปง.เผยพบรายชื่อบุคคล-นิติบุคคล 80 รายทำธุรกรรมผิดปกติรวมวงเงินหมื่นล้านบาท เตรียมชงศอฉ.แช่แข็งบัญชีต่อ แฉพบเบิกเอทีเอ็มวันละแสนบาทช่วงชุมนุม ด้านดีเอสไอจ่อออกหมายจับผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายล็อต4
ปปง.เผยพบรายชื่อบุคคล-นิติบุคคล 80 รายทำธุรกรรมผิดปกติรวมวงเงินหมื่นล้านบาท เตรียมชงศอฉ.แช่แข็งบัญชีต่อ แฉพบเบิกเอทีเอ็มวันละแสนบาทช่วงชุมนุม ด้านดีเอสไอจ่อออกหมายจับผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายล็อต4
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมแถลงข่าวถึงผลการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรม ตามนโยบายรัฐบาลในการดำเนินคดีการชุมนุมที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวถึงการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของแกนนำและผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ปปง.ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการทำธุรกรรม พบว่า มีความเคลื่อนไหวทางการเงินเป็นจำนวน 150,000 ล้านบาท ซึ่งอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการกระทำความผิดทางอาญากรณีการก่อการร้าย รวมถึงความผิดที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน ซึ่งปปง.ได้วิเคราะห์การธุรกรรมเสร็จแล้ว พบว่ามีบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงินผิดปกติ ไม่ต่ำกว่า 80 ราย ซึ่งจะเสนอให้คงคำสั่งระงับการทำธุรกรรมการเงินวงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ปปง. จะได้ส่งผลรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าวให้ดีเอสไอเพื่อใช้เป็นข้อมูลดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และจะเสนอให้ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพิกถอนคำสั่งระงับการทำธุรกรรมการเงินของบุคคลที่ตรวจสอบไม่พบความผิดปกติ
“ปปง.จะเสนอให้ศอฉ.ออกหมายเรียกบุคคลทั้ง 80 รายชื่อ ซึ่งพบว่าทำธุรกรรมการเงินต้องสงสัยเข้าให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อชี้แจงรายการธุรกรรมการเงินต่างๆ โดยผู้ที่มีรายชื่อเป็นคนดังที่สังคมรู้จักดี แต่มีการทำธุรกรรมการเงินผิดปกติ โดยคนระดับนี้เรามักไม่เห็นเขาเดินข้างถนน เพราะมีลูกน้องห้อมล้อมเป็นจำนวนมาก แต่ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มข้างถนนทุกวัน วันละประมาณ 100,000 บาท หรือบางรายในช่วงการชุมนุมก็นำเงินไปปิดยอดผ่อนรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ต้องชี้แจงถึงที่มาของเงิน”พ.ต.อ.สีหนาทกล่าว
ขณะที่นายธาริต กล่าวว่า ปัจจุบันมีคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ 153 สำนวน แยกเป็นคดีก่อการร้าย 73 สำนวน ขู่บังคับรัฐบาล 18 สำนวน คดีทำร้ายร่างกายประชาชน 50 สำนวน คดีเกี่ยวกับอาวุธยุทธภัณฑ์ 12 สำนวน ซึ่งยังไม่รวมกับคดีวางเพลิงเผาทรัพย์ในจังหวัดต่างๆ สำหรับการขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ล็อตที่ 4 ซึ่งมีจำนวนค่อนข้างมาก เพราะมีการนำคดีวางเพลิงเผาทรัพย์ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด มาเป็นส่วนหนึ่งของการก่อการร้าย ขณะนี้กำลังเร่งหารือกับพนักงานอัยการเพื่อตรวจสอบหลักฐานที่จะใช้ยื่นขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา ในส่วนของผู้ต้องหาหลักในคดีก่อการร้ายขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับแล้ว 53 คน
ส่วนกรณีที่ศอฉ.มอบหมายให้ศึกษาข้อดีข้อเสีย ความเป็นไปได้ในการออกกฎหมายพิเศษนิรโทษกรรมผู้ที่กระทำความผิดตามพรก.ฉุกเฉินนั้น นายธาริต กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้มีการออกกฎหมายเพื่อไม่เอาผิดกับผู้ร่วมชุมนุม ที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ซึ่งไม่ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาในคดีการก่อการร้าย โดยคนกลุ่มนี้มีจำนวนมากนับหมื่นคนหากไม่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมคดีจะมีอายุความถึง 10 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาบางส่วนได้ถูกจับกุมและศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหลายร้อยคน อย่างไรก็ตาม ขอทำความเข้าใจว่า ผู้ร่วมชุมนุมซึ่งถูกส่งกลับบ้านไปก่อนหน้านี้ ไม่ใช่คนชั่วร้าย ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย วางเพลิงเผาทรัพย์ หรือปล้มสดมภ์ แต่จากการสำรวจความคิดเห็นในเว็บไซต์ต่างๆ มีแต่ผู้ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องการนิรโทษกรรมจึงต้องเร่งทำความเข้าใจกับคนในสังคม
นายชาติชาย กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวผู้ต้องขังเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบตามหมายขังของศาล ประมาณ 440 คน ในข้อหากระทำความผิดเกี่ยวกับ พรก.ฉุกเฉิน หรือความผิดที่เกี่ยวเนื่อง เช่น วางเพลิง ลักทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์ และถูกนำตัวมาควบคุมไว้ในเรือนจำ 16 แห่งทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยผู้ต้องขังทุกคนได้รับสิทธิตาม พรบ.ราชทัณฑ์ ทั้งสิทธิการได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย การเยี่ยมเยียนหรือติดต่อจากบุคคลภายนอก การได้รับคำปรึกษาหรือพบทนายเพื่อปรึกษาคดี ในส่วนของความเป็นอยู่ในเรือนจำ เจ้าหน้าที่ได้อธิบายให้ผู้ต้องขังรับทราบถึงความแออัดในเรือนจำ ซึ่งผู้ต้องขังใหม่ต้องนอนรวมกับผู้ต้องขังอื่นประมาณ 400-500 คน







