
การศึกษา คือ การพัฒนาอุปนิสัย 2
วันนี้วันเด็กเป็นวันรื่นเริงของเด็ก พวกเขาจะได้เปิดหูเปิดตากับสิ่งที่หน่วยงานทั้งหลายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน
วันนี้วันเด็กเป็นวันรื่นเริงของเด็ก พวกเขาจะได้เปิดหูเปิดตากับสิ่งที่หน่วยงานทั้งหลายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนนำมาจัดแสดงให้ได้ดูได้ชมกัน หากเราคิดให้ดี ตรองให้ลึก เราจะพบว่าวันเช่นวันเด็ก หรือวันที่เราพานักเรียนไปทัศนศึกษา จะเป็นวันที่พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย และจดจำสิ่งเหล่านั้นไปได้แสนนานนี่เป็นเพราะเหตุใด
คราวที่แล้วได้คุยกันไปเบื้องต้นถึงปรัชญาการศึกษาของพ่อครูวิลเลียม แฮริส (William Harris) ผู้ก่อตั้งโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย (The Prince Royal’s College) ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังว่าเป้าหมายสูงสุดของการศึกษาคือ การพัฒนาอุปนิสัย (The ultimate aim of education is the development of character.) อันเป็นส่วนหนึ่งของคำกราบบังคมทูลต่อล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ในคราวเสด็จพระราชทานนามโรงเรียนแห่งนี้เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2449
ในใจความสำคัญนั้น พ่อครูได้กราบบังคมทูลว่า การศึกษานั้นควรจะกว้าง ปฏิบัติได้ และละเอียดถี่ถ้วน การที่การศึกษาจะกว้างได้ ตัวอักษรอาร์ (R) สามตัวเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ก็เป็นเพียงแต่ห้องโถงของอาคารแห่งการเรียนรู้ (Vestibule to the Hall of Learning) การศึกษาภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นเพียงการถือประโยชน์เป็นสำคัญ (Utilitarian) ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางพาณิชย์เป็นอย่างมากในวันเหล่านี้ แต่ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นสิ่งที่เปิดเส้นทางความคิดที่กว้างขวางให้แก่นักเรียนที่รู้จักคิด และมุมมองที่เปิดกว้างออกต่อโลก
พ่อครูกราบบังคมทูลต่อว่า ประวัติศาสตร์เป็นเกณฑ์อันเลิศในการเป็นนักการศึกษาที่ยอดเยี่ยม มันกระตุ้นความปรารถนาอันแรงกล้า (Ambition) มันสร้างจุดหมายต่อกิจกรรมและความพยายามของมนุษย์ มันจัดวางชีวิตของปัจเจก และของประเทศชาติไว้ภายใต้ทัศนคติที่แท้จริง (True Perspective) การศึกษาจะต้องปฏิบัติได้อย่างเห็นได้ชัด เราคงจะไม่พยายามผลักดันอิคารัส (Icarus) ให้บินไปใกล้ดวงอาทิตย์จนเกินไป (เรื่องของอิคารัสเป็นปกรณัมกรีกที่เขาบินไปใกล้ดวงอาทิตย์เกินไป ปีกของเขาจึงละลาย และตกลงไปจมน้ำเสียชีวิต-ผู้เขียน) ปีกแน่นอนย่อมมีไว้เพื่อการบิน แต่ขาคู่ที่ดีจะเป็นสิ่งที่บริการมนุษย์บนท้องถนนได้ดียิ่งกว่า
การศึกษาสำหรับพ่อครูนั้นจะต้องมุ่งที่จะเตรียมปัจเจกบุคคลสำหรับที่ทางของเขาในสังคม ไม่ว่าที่ทางนั้นจะเป็นอะไร มันไม่ได้มุ่งที่จะพัฒนาเพียงคนของรัฐ และคนที่เรียนรู้ในวิชาชีพ แต่คนอีกจำนวนมากมาย
นักธุรกิจ นักบัญชีที่มีสมองแจ่มใส และช่างฝีมือที่มีมืออันมีทักษะที่เชื่อฟังสำหรับการใช้งานของจิตใจที่ได้รับการฝึกฝนมา และพรั่งพร้อมครบครัน (Trained and well-equipped minds) ไม่มีที่ใดที่จะมีอาณาเขตอันกว้างขวางที่เปิดกว้างต่อมวลมนุษย์ที่มีความสามารถ มีทักษะ และมีพลังงานที่จะมีประโยชน์มากไปกว่าที่นี่ (โรงเรียน-ผู้เขียน) ไม่มีที่ใดที่ช่างฝีมือจะเป็นที่ต้องการกว่ารัฐทั้งหลายในทางเหนือนี้ การศึกษาจะต้องแสวงหาด้วยทุกวิถีทางเพื่อเป็นอุปทาน (Supply) ต่ออุปสงค์ (Demands)แห่งกาลเวลาเหล่านี้
วันนี้การศึกษาของเราเป็นเช่นที่พ่อครูกราบบังคมทูลเมื่อ 109 ปีที่แล้วหรือยัง ลองตรึก ลองตรองกันดูครับ







