posttoday
ผ่าขุมกำลังสนช. ชี้ชะตายิ่งลักษณ์ คดีปล่อยโกงข้าว

ผ่าขุมกำลังสนช. ชี้ชะตายิ่งลักษณ์ คดีปล่อยโกงข้าว

09 มกราคม 2558

การแถลงเปิดสำนวนคดีการถอดถอน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีในโครงการรับจำนำข้าว

การแถลงเปิดสำนวนคดีการถอดถอน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีในโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ระหว่าง “ยิ่งลักษณ์” ผู้ถูกกล่าวหา กับ “วิชา มหาคุณ” กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นไปอย่างเข้มข้น โดยต่างฝ่ายต่างหาเหตุผลมาหักล้างกันอย่างดุเดือด

ทว่า กระบวนการขั้นตอนการถอดถอนสุดท้าย ต้องรอผลการโหวตของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ในปลายเดือนนี้ว่าจะมีเสียงพอที่จะถอดถอนได้หรือไม่ ซึ่งต้องใช้เสียง 3 ใน 5 คือ 132 คน การถอดถอนจึงจะมีผล

ทั้งนี้ จากการสำรวจตรวจสอบพบว่า ขณะนี้ภายใน สนช.มีการเคลื่อนไหวกันคึกคัก ระหว่างกลุ่มอดีต สว.ที่ต้องการถอดถอนกับกลุ่มข้าราชการที่ไม่อยากจะถอดถอน

“การถอดถอน สมศักดิ์ นิคม และยิ่งลักษณ์ คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสมาชิก สนช.หลายคนเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว ส่วนคดีความผิดของยิ่งลักษณ์ก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว จึงเห็นว่าไม่น่าจะเข้าข่ายถอดถอนได้” พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิก สนช. น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ได้มีการวัดกำลังในครั้งแรกจากการลงมติเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่าจะประชุมลับในเรื่องถอดถอนหรือไม่ ก็ยิ่งตอกย้ำเค้าลางพอสมควร โดยฝ่ายสนับสนุนให้ประชุมลับมี 70 เสียง ล้วงเข้าไปจึงพบว่าสมาชิก สนช.ส่วนใหญ่ที่ลงคะแนนให้ประชุมลับนั้น ปรากฏว่าเป็นบิ๊กทหารและตำรวจที่มีสายสัมพันธ์โยงกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการถอดถอนตั้งแต่แรก

ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.นพดล อินทปัญญา พล.อ.จิรพงศ์ วรรณรัตน์ สองเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 ร่วมกับ พล.อ.ประวิตร พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชาย พล.อ.ประวิตร พล.อ.ยุวนัฏ สุริยกุล ณ อยุธยา เตรียมทหารรุ่นที่ 12 ร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นต้น

แม้กลุ่มที่จะลงมติสนับสนุนให้พิจารณาถอดถอนแบบเปิดเผยจะมีถึง 107 คะแนน และเป็นสมาชิก สนช.ที่สนับสนุนการให้ สนช.รับเรื่องถอดถอนตั้งแต่ต้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อถึงวันลงมติถอดถอน สนช.กลุ่มนี้จะร้องเพลงถอดถอนเหมือนกัน เพราะเวลานี้เพลงปรองดองมีเสียงดังกว่าเพลงถอดถอนเสียแล้ว

โดยฝ่ายค้านการถอดถอนเลือกที่จะรักษาน้ำใจอีกฝ่ายด้วยการโหวต “งดออกเสียง” หรือทำบัตรเสียแทนการลงคะแนน “ไม่ถอดถอน” เพื่อให้บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น เท่ากับว่าโอกาสที่ “ยิ่งลักษณ์-นิคม-สมศักดิ์” จะอยู่รอดในทางการเมืองมีความเป็นไปได้มากขึ้น 

ขณะที่การแถลงเปิดคดีนั้น “วิชา มหาคุณ” กรรมการ ป.ป.ช.ได้แถลงว่า ไม่ได้เริ่มไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวเมื่อมีผู้มาร้องเรียน แต่ศึกษาโครงการมาก่อนหน้านานแล้ว จึงไม่ใช่การเร่งรีบ รวบรัด ดำเนินการแบบสองมาตรฐานตามที่กล่าวหากัน และการกระทำของ “ยิ่งลักษณ์” เข้าข่ายส่อไปในทางทุจริต ซึ่งการทุจริตสมัยใหม่มิใช่เพียงการรับสินบน ฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่รวมถึงความประพฤติที่ขัดต่อหลักคุณธรรมจริยธรรมด้วย

วิชา กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าวไปทั้งสิ้น 777,000 ล้านบาท แต่ขายข้าวและเก็บเงินได้เพียง 139,400 ล้านบาท หรือ 18% ของจำนวนเงินที่ใช้ไปทั้งหมด โดยรัฐบาลระบายข้าวไป 12.75 ล้านตัน ขาดทุน 229,500 ล้านบาท เพราะตั้งราคาขายข้าวเฉลี่ย 11 บาท/กก. ขณะที่ราคาต้นทุนเฉลี่ย 29 บาท/กก. หากรัฐบาลขายข้าวในสต๊อกที่เหลือในราคา 11 บาท/กก. โครงการรับจำนำข้าวจะขาดทุนทั้งหมด 481,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผลจากการรับจำนำข้าวในราคาสูง ทำให้การส่งออกข้าวของไทยลดลง 35% จนตกอันดับการส่งออกข้าวมาอยู่อันดับ 3 ของโลก รองจากอินเดีย เวียดนาม เป็นการเสียแชมป์ส่งออกครั้งแรกในรอบ 30 ปี

ด้าน ยิ่งลักษณ์ ลำดับข้อโต้แย้งเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาเรื่องการขาดทุนของโครงการว่า 1.การไม่ได้บันทึกจำนวนข้าวสารครบถ้วน คือไม่ได้บันทึกความมีอยู่ของข้าวสารที่อยู่ระหว่างการสีแปร 2.วิธีการคำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือที่แตกต่างกัน เพราะขึ้นอยู่กับราคา ณ วันที่ขายจริง

ประเด็นที่ 3.ข้อโต้แย้งเรื่องการคิดค่าเสื่อมราคาที่ไม่ตรงกัน ยังไม่เคยมีข้อสรุปอย่างเป็นทางการเพื่อใช้เป็นบรรทัดฐาน จึงทำให้มูลค่าคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และ 4.การไม่ได้บันทึกมูลค่าข้าวที่ขายให้กับองค์กรของรัฐ ในเรื่องนี้ที่ประชุม กขช.ได้โต้แย้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่ไม่ได้บันทึกข้อมูล

สำหรับข้อกล่าวหาการทุจริตเชิงนโยบาย ทุจริตทุกขั้นตอน และละเลยไม่ยับยั้งจำนำข้าวนั้น “ยิ่งลักษณ์” ระบุว่า เป็นข้อกล่าวหาวาระซ่อนเร้นทางการเมือง เพราะได้กำชับทุกระดับ จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ประชุมผู้บริหาร ส่วนราชการและสื่อมวลชน โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีเข้มงวดกับการตรวจสอบทุจริต ส่วนที่ไม่ยกเลิกโครงการเพราะนายกรัฐมนตรีจะยกเลิกนโยบายโดยพลการไม่ได้ เพราะไม่ได้ดำเนินการโดยลำพัง

“ไม่อยากเห็นกระบวนการถอดถอนเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการเมือง หากดำเนินการโดยไม่มีหลักนิติธรรม การปฏิรูปเพื่อนำไปสู่การสร้างความปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร” ยิ่งลักษณ์ ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท