
นายกฯแนะทูต-ผู้ว่าฯชายแดนไทยลาวร่วมพัฒนาพื้นที่
มาร์คแนะทูต - ผวจ.จังหวัดชายแดนไทย-ลาว ประสานข้อมูลพัฒนาพื้นที่ หวังเห็น 2 ประเทศมีการพัฒนาที่ดีขึ้น ชี้ที่ผ่านมาการปฏิบัติงานยังมีปัญหามาก เป็นเหตุทำให้งานล่าช้า
มาร์คแนะทูต - ผวจ.จังหวัดชายแดนไทย-ลาว ประสานข้อมูลพัฒนาพื้นที่ หวังเห็น 2 ประเทศมีการพัฒนาที่ดีขึ้น ชี้ที่ผ่านมาการปฏิบัติงานยังมีปัญหามาก เป็นเหตุทำให้งานล่าช้า
เมื่อเวลา 8.30 น. ที่โรงแรมเรดิสัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุมเอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่กับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน (ด้านไทย-ลาว) ตอนหนึ่งว่า การประชุมในครั้งนี้จะทำให้ช่วยบูรณาการและแลกเปลี่ยนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะนำไปสู่ความสัมฤทธิ์ทางนโยบาย เช่น เรื่องความมั่นคง เรื่องสิทธิ อย่างไรก็ตามรัฐบาลให้ความสำคัญระหว่างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และภูมิภาค เป็นอย่างยิ่ง เห็นได้จากการแถลงนโยบายของรัฐบาล
รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายในการส่งเสริมเสถียรภาพความมั่นคง ซึ่งการบรรลุเป้าหมายจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ดังนั้นรัฐบาลจึงดำเนินการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านทุกสาขา ทั้งกรอบความร่วมมือในทวิภาคี กรอบความร่วมมือระดับอนุภูมิภาค และกรอบความร่วมมือในกรอบอาเซียน
การมีกลไกที่ดูแลร่วมมือและป้องกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น โดยมีการประชุมทั้งของคณะกรรมาธิการร่วมฯ การประชุมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 แขวง การประชุมร่วมรักษาความสงบชายแดนทั่วไปไทยลาว ซึ่งกลไกเหล่านี้ทำหน้าที่แก้ปัญหาในโครงการที่ละเอียดอ่อน โดยปัญหาหนึ่งซึ่งได้คลี่คลายไปแล้ว และมีผลบวกอย่างมาก คือ การส่งกลับม้งลาว ซึ่งถือเป็นอุปสรรคมาโดยตลอด แต่การดำเนินการที่ผ่านมาได้แสดงออกถึงความจริงใจ ของประเทศไทยร่วมกับประเทศลาวในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้
การขยายความร่วมมือโดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน เศรษฐกิจ ในกรอบของอนุภูมิภาคต่างๆ เช่น ความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งขณะนี้กำลังได้รับความสนใจกับประเทศที่ต้องการเป็นหุ้นส่วนเข้ามาช่วยเหลือและพัฒนา ทั้ง ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศคู่เจรจาของอาเซียน ได้ร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า พลังงาน และการท่องเที่ยว ซึ่งเรื่องนี้เป็นการสร้างโอกาสที่ดีสำหรับไทยและลาว
นอกจากนี้ตนเชื่อว่าหากได้รับการสนับสนุนในระดับท้องถิ่นก็จะช่วยให้เกิดความเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งนี้ในกรอบอาเซียนยังเน้นเรื่องการเชื่อมโยงทางกายภาพ เช่นการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ ซึ่งปัจจุบันมีการอนุมัติสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 เรียบร้อยแล้ว และแผนการกระตุ้นการลงทุนเศรษฐกิจของประเทศก็คำนึงถึงการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค เห็นได้จากแผนการลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งก็เน้นคำนึงถึงเรื่องถนน รถไฟ ที่จะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่ายังมีปัญหาข้อจำกัดอีกหลายด้าน ที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ที่ทำหน้าที่ทั้งในระดับชาติและในพื้นที่ เช่น แม้ว่าเราจะมีข้อตกลงในลักษณะการเปิดเสรีในแต่ละด้านมากขึ้น แต่ในระดับการปฏิบัติยังคงมีปัญหา ทั้งในเรื่องของความล่าช้า ข้อตกลงย่อย หรือการแก้ไขกฎระเบียบภายในประเทศเพื่อส่งเสริมในเรื่องของการเดินทาง หรือการข้ามพรมแดน
นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดในหลายพื้นที่เนื่องจากยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เพื่ออำนวยความสะดวกในการไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนทั้งสองฝั่ง อีกทั้งปัญหาพื้นที่ระหว่างชายแดน ที่อาจมีปัญหาแทรกซ้อน เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งตนต้องการเห็นการเชื่อมโยง และการบูรณาการระหว่างพื้นที่กับส่วนกลางมากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานส่วนกลางจำเป็นที่จะต้องรับรู้ข้อมูลที่มาจากพื้นที่อย่างแท้จริง ว่าปัญหาอุปสรรคการจัดลำดับความสำคัญในเรื่องของงบประมาณ การพัฒนาในแต่ละพื้นที่ควรจะเป็นอย่างไร เพราะหลายครั้งได้ยินเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ว่าการจัดการปัญหาจากพื้นที่ส่วนกลางไม่ตอบสนองประชาชนในพื้นที่เท่าที่ควร
"ทั้ง 2 ประเทศอาจมีระดับการพัฒนาทั้งเรื่องของเศรษฐกิจและการเมืองในระดับที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีการทำความเข้าใจเรื่องดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างวัฒนธรรมและการสื่อสาร ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นนอกจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานแล้ว เห็นว่าจะต้องดึงภาคส่วนอื่นๆ ของสังคมเข้ามาสนับสนุนและทำงานไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ ทั้งภาคธุรกิจเอกชน ที่จะต้องปฏิบัติในเรื่องการค้าขาย การแสวงโอกาสทางเศรษฐกิจ หรือภาคสื่อสารมวลชนที่จะต้องเสริมสร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างประชาชนสองประเทศ"นายอภิสิทธิ์กล่าว







