
"ปู"โต้ทุกข้อหาปปช.โวยไม่มีตำแหน่งให้ถอดถอนแล้ว
"ยิ่งลักษณ์" แถลงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ป.ป.ช. ชี้มีวาระซ่อนเร้นการเมืองยืนยันไม่เคยทุจริต ลั่นไม่มีตำแหน่งให้ถอดถอนแล้ว
"ยิ่งลักษณ์" แถลงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ป.ป.ช. ชี้มีวาระซ่อนเร้นการเมืองยืนยันไม่เคยทุจริต ลั่นไม่มีตำแหน่งให้ถอดถอนแล้ว
วันที่ 9 ม.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)โต้แย้งสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในคดีถอดถอดจากตำแหน่งจากกรณีที่ไม่ระงับยับยั้งจนทำให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของทั้ง ป.ป.ช. และอดีตฝ่ายค้าน พร้อมทั้งยืนยันว่าบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างครบถ้วนถูกต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ตลอดจนกฎระเบียบข้อบังคับของทางราชการ และแนวทางการบริหารที่ดีโปร่งใสและเป็นธรรม
"หากคิดจะดำเนินการต่อดิฉันอยากจะฝากข้อพิจารณาว่าการปฏิรูปทางการเมือง ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันและสมาชิกสภานิติบัญญัติทุกท่านต้องการเห็นหากมีการดำเนินการที่ไม่มีหลักนิติธรรมไม่มีกฎหมายรองรับสังคมจะเห็นว่าไม่ยุติธรรมการปฏิรูปอันจะนำไปสู่ความปรองดองในสังคมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี เห็นว่าการยื่นสำนวนถอดถอนของ ป.ป.ช.ในครั้งนี้เป็นความซ้ำซ้อน และอาจสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากปัจจุบันไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ ให้ถอดถอนแล้ว หลังจากพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นจากการประกาศยุบสภา, คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)
"ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการยุบสภา คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และจากประกาศ คสช. ทั้งหมดก็มีผลสมบูรณ์แล้ว และจนถึงวันนี้ดิฉันก็ไม่เหลือตำแหน่งอะไรที่จะให้ถอดถอนอีก ซึ่งหากยังมีการดำเนินการดังกล่าว ก็จะถือเป็นการซ้ำซ้อน และสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่ไม่ถูกต้อง เรื่องที่ ป.ป.ช. นำมาดำเนินคดี ไม่ใช่การตรวจสอบตามปกติ แต่ขอให้มีดำเนินการเป็นธรรมตามหลักนิติธรรม ตลอดเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีความซื่อสัตย์สุจริต สภาแห่งนี้พิจารณาด้วยความเป็นธรรม ไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำลายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป " อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าว เป็นแนวคิดของพรรคเพื่อไทยที่พัฒนาจนเป็นนโยบายในการหาเสียงหลักซึ่งได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากพี่น้องประชาชน ด้วยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรจึงถือว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นสัญญาประชาคมที่รัฐบาลมีต่อชาวนาไทยและประชาชนคนไทยทุกคน
ส่วนเนื้อหาของโครงการรับจำนำข้าว นโยบายเป็นของเพื่อไทยจนเป็นนโยบายหาเสียง และได้รับการตอบรับจากประชาชน แนวคิดนโยบายมาจากความเข้าใจปัญหาความยากจน ให้ชาวนาได้ลืมตาอ้าปาก ไม่ถูกเอาเปรียบ และเล็งเห็นว่านโยบายที่เป็นประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่โครงการประกันราคาข้าว ยืนยันโครงการจำนำข้าวไม่ใช่โครงการใหม่ แต่เคยได้ปฏิบัติมาแล้ว ยืนยันโครงการไม่ปรากฏหลักฐานทุจริต และรัฐบาลทำงานอย่างโปร่งใส
สำหรับข้อกล่าวหาข่าวไทยเสียแชมป์ เพราะการระบายข้าวสารตามราคาตลาดโลก ไม่ได้อ้างอิงตามราคาข้าวเปลือก 2554/2555 ไทยเป็นแชมป์ในการส่งออก มีนโยบายเก็บสำรองข้าวไว้กินเอง 2554/2555 อินเดียเปลี่ยนนโยบายลดราคาข้าว แข่งขันราคาอย่างรุนแรง ทั้งอินเดียและเวียดนาม จำนำข้าวไม่ได้ทำให้เสียแชมป์ อีกทั้งปี 2557 ไทยจะเป็นแชมป์ส่งออกข้าว จากโครงการรับจำนำข้าวทั้งสิ้น
ส่วนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทุกขั้นตอน ขอปฏิเสธ ข้อกล่าวหาการทุจริตเชิงนโยบาย ทุจริตทุกขั้นเลย และละเลยไม่ยับยั้งจำนำข้าว เป็นข้อกล่าวหาวาระซ่อนเร้นทางการเมือง ตนได้กำชับทุกระดับ จัดมีกิจกรรมต่างๆ ประชุมผู้บริหาร ส่วนราชการและสื่อมวลชน ป้องกันและปราบปรามทุจริต ตนและ รมต.ไม่ได้ละเลย ที่แนะนำมา มอบหมาย รมต.ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณา เข้มงวดกับการตรวจสอบทุจริต
"เสียใจที่เอาเรื่องนอกสำนวนจีทูจี มอบหมายให้ทนายความเข้าตรวจสอบ ข้อกล่าวหาไม่ยกเลิกโครงการ นายกรัฐมนตรีจะยกเลิกนโยบายโดยพลการไม่ได้ ไม่ได้ดำเนินการโดยลำพัง" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ทั้งนี้ ภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แถลงคัดค้านคำแถลงเปิดสำนวนเรียบร้อยแล้ว ที่ประชุม สนช.ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการซักถามขึ้น 9 คน โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า หากสมาชิก สนช.คนใดมีความประสงค์จะซักถามเพิ่มเติมให้ยื่นประเด็นซักถามมาภายในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 13 ม.ค.58 ขณะเดียวกันได้กำหนดวันนัดประชุมเพื่อตอบข้อซักถามในวันที่ 16 ม.ค.58 เวลา 10.00 น.







