posttoday
รัฐจะไปสู่ปชต.ทางสังคมได้ไหม

รัฐจะไปสู่ปชต.ทางสังคมได้ไหม

09 มกราคม 2558

รัฐธรรมนูญคือกติกาของรัฐ เป็นแผนที่ที่บอกให้เรารู้ว่า รัฐมีโครงสร้างและใช้อำนาจหน้าที่อย่างไร มีหน้าที่ต่อพลเมืองอย่างไร พลเมืองมีหน้าที่ต่อรัฐอย่างไร

รัฐธรรมนูญคือกติกาของรัฐ เป็นแผนที่ที่บอกให้เรารู้ว่า รัฐมีโครงสร้างและใช้อำนาจหน้าที่อย่างไร มีหน้าที่ต่อพลเมืองอย่างไร พลเมืองมีหน้าที่ต่อรัฐอย่างไร

ผู้ร่างได้แสดงความตั้งใจที่จะให้เป็นฉบับที่สั้น คือมีเฉพาะหลักการสำคัญๆ ไม่เยิ่นเย้อ อย่างไรก็ดีได้มีการกำหนดเค้าโครงไว้แล้วว่า “แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ” จะเป็นหมวด 2 ซึ่งอยู่ในภาค 2 “ผู้นำการเมืองที่ดี และสถาบันการเมือง” ผมเองมีความกังวลว่า หากเป็นไปตามแนวโน้มที่ผ่านมาของการร่างรัฐธรรมนูญ หมวดว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐมีแต่จะยาวขึ้นทุกที ล่าสุดสำหรับฉบับปี พ.ศ. 2550 ซึ่งตีพิมพ์เป็นสมุดปกเหลืองฉบับลงประชามตินั้น ก็มีความยาวสิบหน้าครึ่ง

คำถามก็คือว่าเราตีความคำว่า “แนวนโยบายพื้นฐาน” อย่างไร ใช่หรือไม่ว่ามันคือกรอบในการดำเนินงานของรัฐ หรือเป็นสัญญาต่อพลเมืองว่า รัฐมีไว้ทำไม และจะนำพาประเทศชาติไปทางไหน ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็ขอถามต่อไปว่า แนวนโยบายมีที่มาภายใต้หลักการ อุดมการณ์ และคุณค่าอะไร ใครคือผู้กำหนด จะกำหนดเพียงจุดร่วมที่พอรับกันได้ หรือจะกำหนดในเชิงวิสัยทัศน์ที่ชี้ทางไปข้างหน้า

ผมขอเสนอว่า แนวนโยบายควรมีที่มาภายใต้หลักการประชาธิปไตย อุดมการณ์ประชาธิปไตยทางสังคม (Social Democracy) และมีคุณค่าร่วมเช่น ความเป็นธรรม ความเพียร ความซื่อตรง และพรหมวิหารสี่ หลักการประชาธิปไตยคืออธิปไตยเป็นของปวงชน มาจากและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของปวงชน โดยมีเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ/ภคินีภาพ เป็นพื้นฐาน

เรื่องนี้ก็เป็นที่ทราบกันดีและได้มีการถกแถลงอภิปรายกันมาพอสมควรแล้ว แม้จะมีการวิจารณ์ที่น่าสนใจถึงจุดอ่อนของการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งก็ยังเป็นวิธีการหลักเพื่อให้ปวงชนได้แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอยู่ดี

ส่วนเรื่องคุณค่าร่วมของสังคมนั้น คงต้องถกแถลงกันต่อไป อย่างไรก็ดีควรยึดหลักของกาลามสูตรให้ดี ไม่ใช่เพียงเพราะบัญญัติไว้โดยตรงหรือโดยปริยายในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เพียงเพราะคุณลุงรู้ดี/ผู้มีอำนาจมาบอกผ่านทางสื่อต่างๆ ว่า นี่คือค่านิยมของคนไทยก็พอแล้ว

ยังจะต้องมีการสนทนาและประกอบสร้างวาทกรรมกันอีกมาก จนกว่าค่านิยมนั้นๆ จะซึมซับสู่การนำไปปฏิบัติจริงและเกิดประโยชน์จริงแก่สังคม ดังนั้นเรื่องที่จะขอขยายความในที่นี้จะขอจำกัดอยู่ที่เรื่องอุดมการณ์ทางเศรษฐศาสตร์การเมือง ซึ่งขอเสนอว่าควรได้แก่อุดมการณ์ประชาธิปไตยทางสังคม

อุดมการณ์ทางเศรษฐศาสตร์การเมืองอาจจัดแบ่งคร่าวๆ ออกเป็น

(1) อุดมการณ์อนุรักษนิยม-จารีตนิยม

(2) อุดมการณ์เสรีนิยม ซึ่งในรูปแบบที่สุดโต่งอาจเรียกว่าเป็นแบบขวาจัด (ซึ่งมักกีดกันคนต่างชาติ) หรือแบบเสรีนิยมใหม่ (ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจแบบใครใคร่ทำอะไรก็เชิญ หรือแบบ Laissez-Faire ซึ่งรวมถึงการค้าเสรี การลดบทบาทของรัฐบาลและการเพิ่มบทบาทของธุรกิจเอกชน) และ

(3) อุดมการณ์ประชาธิปไตยทางสังคม ซึ่งรับทั้งหลักการเสรีประชาธิปไตย และหลักการที่รัฐมีหน้าที่จัดสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะแก่ผู้ด้อยโอกาส ซึ่งในบางรูปแบบอาจหมายถึงการที่รัฐต้อง
เข้มแข็งขึ้น จัดเก็บภาษีมากขึ้น ประกอบกิจการทางเศรษฐกิจมากขึ้น และมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้นในอันที่จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมลง

จริงอยู่ว่าหากเป็นชาวอเมริกัน เมื่อได้ยินคำว่า Social Democracy ก็อาจโยงไปถึงคำว่าสังคมนิยม ซึ่งเป็นคำที่ถูกถล่มด้วยวาทกรรมของฝ่ายเสรีนิยมใหม่ จนยากที่จะสร้างวาทกรรมขึ้นมาแก้ได้ง่ายๆ ส่วนคนไทยกลุ่มขวาจัด พอได้ยินคำคำนี้ ก็อาจโยงไปถึงวลีเดิมที่เคยใช้ได้ผลว่า

“สังคมนิยมทุกชนิด คือคอมมิวนิสต์นั่นเอง” แม้จะเสียเวลาสักเพียงใดที่จะอธิบายความคิดเชิงปรัชญาที่มีค่าทางวิชาการของมาร์กซ์ หรือจะเสียเวลาแยกแยะและอธิบายว่า การที่ความคิดของเลนินได้ถูกสตาลินฉกฉวยไปเพื่อทำร้ายชาวสหภาพโซเวียตอย่างแสนสาหัสนั้น เป็นความสุดโต่งที่พลอยทำให้ความคิดเรื่องเศรษฐกิจแบบวางแผนและโดยการนำของรัฐดูเหมือนว่าจะใช้ไม่ได้ไปทั้งหมดแล้ว

ขอย้อนกลับมาสู่เรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่กำลังร่างกันอยู่ในขณะนี้ เมื่อคำนึงถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตยทางสังคม เราอาจนำบทบัญญัติในเรื่องนี้ในรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2517 มาพิจารณา เพราะมีความกระชับดี แล้วทำการกลั่นกรองเพิ่มเติมให้เหมาะสมยิ่งขึ้นกับยุคสมัย ในที่นี้จะขอเสนอเฉพาะนโยบายในส่วนของเศรษฐศาสตร์การเมือง ซึ่งอาจเป็นประเด็นการถกแถลงกันต่อไปดังนี้

(นโยบายด้านทรัพยากร) รัฐพึงบำรุงรักษาความสมดุลของสภาพแวดล้อมและความงามทางธรรมชาติ พึงบำรุงรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาด และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

(นโยบายลดความเหลื่อมล้ำ) รัฐพึงดำเนินการด้านการเก็บภาษี ด้านการถือครองทรัพย์สิน ด้านการปฏิรูปที่ดิน ด้านการจัดสวัสดิการ และด้านอื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อให้ความเหลื่อมล้ำในฐานะของบุคคลในทางเศรษฐกิจและสังคมลดน้อยลง

(นโยบายทางเศรษฐกิจ) รัฐพึงดำเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนประชาธิปไตยทางสังคม กำกับให้การประกอบกิจการมีการแข่งขันอย่างเสรี เป็นธรรม และไม่มีการผูกขาดตัดตอน ดำเนินการให้มีการกระจายรายได้ ส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานมีงานทำ

(นโยบายด้านสวัสดิการสังคม) รัฐพึงสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมให้ผู้พิการสามารถพึ่งตนเองและมีงานทำตามความเหมาะสม ส่งเสริมกิจการเคหะสำหรับผู้มีรายได้น้อย และจัดให้มีการออมเพื่อการดำรงชีพในวัยชรา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท