
พิษเงินด่องฉุดส่งออก
ส่งออกเกาะติดเวียดนามลดค่าเงิน หวั่นข้าว-เสื้อผ้า-อาหาร-ชิ้นส่วนเจอดี
ส่งออกเกาะติดเวียดนามลดค่าเงิน หวั่นข้าว-เสื้อผ้า-อาหาร-ชิ้นส่วนเจอดี
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกกำลังติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากการปรับลดค่าเงินด่องลงของเวียดนามอย่างใกล้ชิด เพราะมีนัยสำคัญที่มีผลทางการค้าขายระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นสินค้าส่งออกของไทยที่จะได้รับผลกระทบจากการลดค่าเงินด่องลง ได้แก่ ข้าว อุตสาหกรรมเสื้อผ้า อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนไฟฟ้า และไม่ใช่แค่กระทบแค่การส่งออกเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการลงทุนด้วย เพราะเป็นการสร้างบรรยากาศลงทุน
“การลดค่าเงินด่องลงครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะเวียดนามกำลังหาจังหวะขึ้นมาแทนที่สินค้าไทยในทุกตลาด ต้องหามาตรการดูแลให้ดี โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่เวียดนามเป็นคู่แข่ง นี่จะเป็นการพิสูจน์ว่าไทยจะก้าวขึ้นเป็นเทรดดิ้งเนชั่นได้หรือไม่ หากปล่อยให้เวียดนามแซงหน้าไปเรื่อยๆ ก็จบ” นายนพพร กล่าว
นายนพพร กล่าวอีกว่า หากไทยไม่ปรับตัวในอีก 5 ปีจะสู้เวียดนามไม่ได้ เพราะแม้ว่าค่าเงินบาทที่อ่อนแต่ค่าเงินของเพื่อนบ้านเองก็อ่อนค่าลงเช่นกัน ทำให้ไทยเสียเปรียบเวียดนาม โดยเฉพาะในตลาดสหภาพยุโรปที่เวียดนามยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) อยู่
น.ส.กอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การลดค่าเงินด่องทำให้ผู้ส่งออกข้าวไทยคงแข่งขันได้ยากขึ้น เพราะปกติราคาข้าวขาวของเวียดนามในตลาดเอฟโอบีก็ต่ำกว่าข้าวไทย 30-40 เหรียญสหรัฐ/ตัน รัฐต้องขยันหาตลาดแบบรัฐต่อรัฐมากขึ้น
ธนาคารกลางเวียดนามได้ประกาศลดค่าเงินด่องลง 1% มาอยู่ที่ 21,458 ด่อง/เหรียญสหรัฐมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมาถือเป็นการลดค่าเงินเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 7 เดือน







