
ผ่านกม.กองทุนสื่อ หวั่นไร้ระบบตรวจสอบ
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้แก้ไขเสร็จแล้ว และเตรียมประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ขณะที่มีเสียงทักท้วงจาก สนช.กังวลถึงการใช้จ่ายเงิน 2,700 ล้านบาท ที่จะได้รับจัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อาจไม่มีระบบตรวจสอบที่ชัดเจน ทำให้เกิดการรั่วไหล ใช้จ่ายไม่ตรงวัตถุประสงค์ได้
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้แก้ไขเสร็จแล้ว และเตรียมประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ขณะที่มีเสียงทักท้วงจาก สนช.กังวลถึงการใช้จ่ายเงิน 2,700 ล้านบาท ที่จะได้รับจัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อาจไม่มีระบบตรวจสอบที่ชัดเจน ทำให้เกิดการรั่วไหล ใช้จ่ายไม่ตรงวัตถุประสงค์ได้
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเสนอโดยคณะรัฐมนตรี โดยก่อนการพิจารณา พรรณเชษฐ ศรีเทพ ผู้ประสานงานเครือข่ายสื่อเด็กโลกเปลี่ยน ได้นำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา จากเครือข่ายสื่อเด็กโลก เข้าพบ วัลลภ ตังคณาพิทักษ์ สมาชิก สนช. ในฐานะประธานกรรมาธิการ พร้อมกับระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถูกผลักดันมากว่า 11 ปี ในช่วง 7 รัฐบาล โดยหวังว่ากองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จะทำให้เด็ก เยาวชนได้มีสื่อดีๆ เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม สนช.ถกเถียงในหลายประเด็น โดยเฉพาะมาตรา 11 ที่ระบุให้มีการจัดสรรเงิน “อัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 10” จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แก่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ เป็นประจำทุกปี ซึ่งจากข้อมูลของ กสทช. พบว่ากองทุนวิจัยฯ มีรายได้ในปี 2557 สูงถึง 27,190 ล้านบาท เท่ากับว่า หากผันงบประมาณดังกล่าวให้กับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ จะมีงบประมาณมากถึง 2,700 ล้านบาท และอาจก่อให้เกิดปัญหาในบริหารกองทุนได้
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ กล่าวว่า การกำหนดให้มีการจัดสรรงบประมาณร้อยละ 10 ต่อปีดังกล่าว จะทำให้กองทุนมีรายรับจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว เพราะจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณไปยังโครงการต่างๆ ให้สอดคล้องกับงบดังกล่าว กอปรกับกำหนดให้กรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ เป็นผู้ตรวจสอบกันเอง จะยิ่งมีข้อผิดพลาด เช่นเดียวกับ สสส. ทั้งนี้งบประมาณในหลักพันล้านบาทควรให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตรวจสอบอย่างละเอียด
สมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ กล่าวว่า นอกจากการกำหนดให้มีการจัดสรรงบประมาณอย่างน้อยร้อยละ 10 ในมาตรา 11 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว ในมาตรา 5 ยังระบุให้มีการประเดิมงบประมาณโดยรัฐบาล เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ มีงบประมาณเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งนี้เห็นว่างบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรหาให้นั้นเพียงพอแล้ว หากจัดสรรเพิ่มขึ้นอีกจะทำให้เกิดข้อโต้แย้งตามมาในภายหน้า
สมชาย แสวงการ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณให้กองทุนสื่อฯ ทำงานได้จริง แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ การได้งบประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท ถือว่าใหญ่กว่าสถานีโทรทัศน์ เพราะจะเกิดปัญหาได้ บทเรียน กสทช.ก็เห็นแล้ว ได้เงินมาก ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การเขียนกฎหมายอย่างนี้ไว้อันตราย
ต่อผู้ใช้ในภายหน้า
ขณะที่ กมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า การกำหนดให้มีการจัดสรรงบประมาณอย่างร้อยละ 10 กมธ.ไม่ได้กำหนดขึ้นมาอย่างเลื่อนลอย แต่เป็นอัตราที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรที่เคยพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ทั้งนี้ กมธ.ยังตระหนักถึงการจัดสรรงบประมาณให้กับกองทุนอื่นๆ โดยไม่ได้ระบุอัตราที่จะต้องจัดสรรให้ พบว่าท้ายที่สุดจะไม่มีการสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นจึงกำหนดอัตราดังกล่าวในมาตรา 11
อย่างไรก็ตาม หลังมีเสียงท้วงติง กมธ.วิสามัญฯ จึงเห็นชอบกับการแก้ไขให้ ไม่ต้องกำหนดอัตราการจัดสรรงบประมาณให้กับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ แต่ให้กองทุนวิจัยของ กสทช.จัดสรรงบประมาณให้อย่างพอเพียงแทน
นอกจากนั้น ยังมีการถกเถียงในมาตรา 14 เรื่อง จำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่จะทำหน้าที่บริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยฯ ซึ่งตาม พ.ร.บ.เดิมมีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการแห่งชาติ รวมถึงคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าควรจะเพิ่มจำนวนกรรมการหรือไม่ อย่างไรก็ตามในที่สุดที่ประชุมเห็นชอบให้เพิ่มกรรมการ 2 คน คือ ตัวแทนจากคณะกรรมการการอุดมศึกษา และอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในกำกับของ กสทช.







