
ปรับปรุงให้ดีขึ้น
หลังจากเปิดทดลองวิ่งรถเมล์ด่วนพิเศษชิดเกาะกลาง หรือบีอาร์ที ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ปรากฏว่าได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ใช้บริการขนส่งมวลชน แต่ก็ถูกก้อนอิฐหรือเสียงก่นด่าจากบรรดาผู้ใช้รถใช้ถนน
เมื่อเส้นทางการเดินรถไปกินช่องทางจราจรเดิมจากถนนพระราม 3 ไปถึงช่องนนทรี ซึ่งแต่เดิมมีผู้ใช้รถประมาณ 8 หมื่นคันต่อวัน ทำให้การจราจรในช่วงเร่งด่วนติดขัดหนัก
แนวคิดการแบ่งเลนกลางเพื่อวิ่งรถขนส่งมวลชน เป็นวิธีการที่ต่างประเทศใช้แล้วประสบความสำเร็จมาก่อน แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างอินโดนีเซียก็ใช้วิธีการเดียวกัน
หลักคิดการเดินรถแบบบีอาร์ทีนั้นถือว่าถูกต้องในเชิงความยุติธรรมของสังคม เพราะรัฐต้องให้สิทธิแก่ผู้ใช้ระบบขนส่งมวลชนก่อนผู้ใช้รถส่วนตัวซึ่งเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย
รถยนต์ส่วนตัวไม่เพียงแต่สร้างปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรงแล้ว ยังสร้างปัญหามลพิษในสังคม ถือเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่หายไม่ว่ารัฐบาลใด ซ้ำร้ายรัฐบาลต้องทุ่มงบประมาณลงมาแก้ไขเพิ่มมากขึ้นทุกปี
อย่างไรก็ตาม วิธีการที่รัฐจะนำมาใช้แก้ปัญหาจราจรก็ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนหรือรุกล้ำสิทธิของคนอื่นมากเกินไปเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นสังคมก็อยู่ร่วมกันอย่างไม่ปกติสุข
หาก กทม.เชื่อมั่นว่าแนวคิดการเดินรถบีอาร์ทีถูกต้องก็ควรรีบแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และเร่งประชาสัมพันธ์รณรงค์การใช้รถบีอาร์ทีให้แก่สาธารณชนรับทราบ เพราะต้องยอมรับว่าในช่วง 15 วันที่ผ่านมา มีปริมาณผู้ใช้รถบีอาร์ทีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่าโดยพื้นฐานแล้วรถบีอาร์ทีน่าจะมีความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการอยู่พอสมควร
ขณะเดียวกัน สิ่งที่ผู้ใช้รถยนต์ยังสับสนอยู่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนเลน หรือการใช้ช่องจราจรร่วมกันและแยกส่วนระหว่างรถส่วนบุคคลกับบีอาร์ทีก็ต้องทำให้ชัดเจน ไม่สับสนจนเกิดอุบัติเหตุจำนวนมากอย่างทุกวันนี้
นอกจากนั้น ควรสนับสนุนให้มีการศึกษาการขยายเส้นทางพิเศษออกไปเพื่อรองรับคนที่อยู่ชานเมืองมากขึ้น เพราะหนึ่งในเหตุผลที่ประชาชนไม่ใช้บีอาร์ที เพราะไม่ต้องการนั่งรถหลายทอดเพื่อไปทำงาน จึงขับรถส่วนตัวออกมา หรือไม่ก็นั่งรถเมล์ปกติ
กทม.อย่าลืมว่าระบบขนส่งมวลชนของรัฐบาลนั้นต้องแบกรับผลขาดทุนอยู่แล้ว เพื่อบริการประชาชนให้มีต้นทุนในการดำเนินชีวิตต่ำที่สุด และอย่ากลัวกระแสการโจมตีของผู้ใช้รถส่วนบุคคลมากเกินไป ไม่เช่นนั้นใครจะปกป้องสิทธิของผู้ใช้ระบบขนส่งมวลชนหลังจากนี้โดยนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกทม. ออกมายอมรับว่า โครงการบีอาร์ทีไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์แรกเริ่ม ที่ต้องการให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันไปใช้ระบบสาธารณะ จึงยังทำให้มีปัญหาการจราจรติดขัดอยู่ ซ้ำจะเพิ่มการจราจรติดขัดมากขึ้นด้วยเพราะการที่ต้องแบ่งช่องจราจรจากถนนเดิมให้รถบีอาร์ที พร้อมกันนั้นกทม.จะทบทวนโครงการขยายเส้นทางอีก 4 เส้นทาง เพื่อรอประเมินผลการใช้หลังจากผ่านไป 7 เดือน







