
ยูโรดิ่งเหว
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงมากที่สุดในรอบ 9 ปี ลงไปอยู่ที่ราวๆ 1.19 เหรียญสหรัฐ/ยูโร และนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ปีที่แล้ว มาจนถึงขณะนี้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงไปแล้วถึง 14% ครับ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงมากที่สุดในรอบ 9 ปี ลงไปอยู่ที่ราวๆ 1.19 เหรียญสหรัฐ/ยูโร และนับตั้งแต่เดือน พ.ค.ปีที่แล้ว มาจนถึงขณะนี้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงไปแล้วถึง 14% ครับ
เป็นเพราะอะไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงมากขนาดนี้
ประการแรก ก็คือ ปัญหาของกรีซที่เรียนท่านผู้อ่านไปเมื่อวานนี้ ว่าวิกฤตหนี้กรีซมีความเสี่ยงที่จะกลับมาหลอกหลอนกลุ่มยูโรโซนอีกครั้งหนึ่ง ถ้าหากพรรคไซรีซา ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านคว้าชัยในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 ม.ค.นี้ และอาจจะนำกรีซออกจากความช่วยเหลือก่อนกำหนด ซึ่งนั่นหมายถึงว่ากรีซอาจจะกลายเป็นหนี้เสีย และต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน
ประการที่สอง ก็คือ การแข็งตัวของเงินเหรียญสหรัฐ ดังที่รู้ๆ กันดีอยู่แล้ว ค่าเงินสหรัฐแข็งตัวเมื่อเทียบกับแทบจะทุกสกุลเงินทั่วโลก นั่นเป็นเพราะว่านักลงทุนเห็นว่าเงินเหรียญสหรัฐคือตลาดลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดในช่วงนี้ สถานะทางเศรษฐกิจของสหรัฐเติบโตได้แข็งแกร่งสุดกว่าเพื่อน โดยในไตรมาส 3 ของปีที่แล้วสามารถเติบโตได้ถึง 5% ทีเดียว
อีกทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2008 นั่นจะทำให้ทุนไหลกลับตลาดสหรัฐ และทำให้ค่าเงินสหรัฐแข็งค่ามากขึ้นอีกครับ
ประการที่สาม คือ นโยบายจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ขณะนี้กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ๆ อยู่มากมาย โดยเฉพาะความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืดขึ้นในยุโรป
ปัญหานี้กำลังกดดันให้ธนาคารกลางยุโรปต้องทำอะไรบางอย่างครับ และดูเหมือนว่าอีซีบีจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการใช้มาตรการทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ โดยเข้าทำการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสมาชิก หรือก็คือนโยบายคิวอีที่ทั่วโลกรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ธ.ค. มาริโอ ดรากี เคยบอกไว้ว่า ต้องการเวลาอีกสักนิดที่จะประเมินสภาวะทางเศรษฐกิจเสียก่อนที่จะประกาศใช้มาตรการใดๆ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งฉุดดัชนีเงินเฟ้อของยุโรปลงต่ำอีกด้วย
ดังนั้น จึงมีโอกาสสูงครับที่อีซีบีจะต้องประกาศมาตรการคิวอี ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะประกาศใช้หลังการประชุมนโยบายที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 ม.ค.นี้
ทั้งสามปัจจัยนี้จะยังส่งผลกระทบต่อค่าเงินยูโรให้อ่อนตัวลงอย่างยิ่ง เงินยูโรอ่อนค่าลงนั่นก็หมายความว่าศักยภาพการใช้จ่ายของชาวยุโรปลดลง สินค้าจากต่างประเทศที่ส่งเข้าไปในยุโรปจะแพงขึ้น ประเทศไหนพึ่งพานักท่องเที่ยวยุโรป พึ่งพาการส่งออกไปยุโรปก็น่าจะได้รับผลกระทบไม่น้อยครับ







