posttoday
ประเดิม ม.44 ซื้อใจท้องถิ่น ปูทางอำนาจพิเศษ

ประเดิม ม.44 ซื้อใจท้องถิ่น ปูทางอำนาจพิเศษ

08 มกราคม 2558

ประเดิม “อำนาจพิเศษ” ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ด้วย คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 1/2557 ให้ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่หมดวาระหลังวันที่ 1 ม.ค. 2558 ดำรงตำแหน่งต่อไป ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2558

ประเดิม “อำนาจพิเศษ” ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ด้วย คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 1/2557 ให้ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นที่หมดวาระหลังวันที่
1 ม.ค. 2558 ดำรงตำแหน่งต่อไป ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2558

อำนาจพิเศษดังกล่าวเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเสมือน “ดาบสองคม” ที่เปิดช่องให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้ใช้อย่างไร้ขอบเขต จนอาจนำไปสู่การใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง

เพราะให้อำนาจหัวหน้า คสช.สั่งการ ระงับยับยั้ง หรือกระทําการใดๆ ได้ ในกรณีที่หัวหน้า คสช.เห็นเป็นการจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านต่างๆ การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ หรือเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร

ที่สำคัญ “ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ และให้ถือว่าคำสั่งหรือการกระทำ รวมทั้งการปฏิบัติตาม คำสั่งดังกล่าว เป็นคำสั่งหรือการกระทำ หรือการปฏิบัติที่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้และเป็นที่สุด”

ส่องดูเจตนารมณ์การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ ไม่น่าจะมีเสียงต่อต้านคัดค้าน เท่าไหร่นัก เพราะเป็นคำสั่งที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งต้องอาศัยความรวดเร็วลดขั้นตอนการแก้ไขกฎหมายในชั้น ครม. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่อาจกินเวลานานหลายเดือนไม่ทันการณ์

จากต้นเรื่องเดิมเกิดจากประกาศ คสช.ที่ 85/2557 ที่ให้งดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่ครบวาระหรือพ้นจากตำแหน่ง และกำหนดให้สรรหาบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ไปพลางก่อนในช่วงที่ห่วงกันว่าหากเปิดให้มีการเลือกตั้งในภาวะที่บ้านเมืองยังไม่สงบอาจยิ่งสร้างปัญหาหรือทำให้มีผลต่อการเลือกตั้ง

ทว่า เมื่อบรรยากาศบ้านเมืองเริ่มคลี่คลายจึงเห็น “สมควรให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่เดิมมีส่วน รับผิดชอบในฐานะตัวแทนของประชาชน ในการแก้ปัญหาและพัฒนาท้องถิ่น อันจะเป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นในสถานการณ์ที่ยังไม่อาจจัดให้มีการเลือกตั้งได้ ทั้งยังเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมอันจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน”

งานนี้ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” เมื่อประกาศฉบับนี้นอกจากจะเป็นการซื้อใจบรรดาสมาชิกสภาท้องถิ่นทั่วประเทศจำนวนไม่น้อย ซึ่งจะทยอยหมดวาระ ให้ได้รักษาการอยู่ในตำแหน่งต่อไป

อีกด้านหนึ่งยังเป็นการ “ตัดตอน” ปัญหาลดแรงกระเพื่อม หากบุคคลเหล่านี้จะไปเคลื่อนไหวทั้งบนดินและใต้ดิน กรณีที่ต้องถูกเว้นวรรคและมีบุคลากรที่มาจากคณะกรรมการสรรหาขึ้นมาทำหน้าที่บริหารท้องถิ่นแทน

ที่สำคัญยังช่วยทำให้งานท้องถิ่น เดินหน้าต่อไปได้แบบไร้รอยต่อ เพราะหากจะรอให้สามารถจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ บางพื้นที่อาจต้องลากยาวกันยาวนานข้ามปีที่จะไม่เป็นผลดีกับแต่ละท้องถิ่น

แต่นัยสำคัญของการประเดิมใช้อำนาจพิเศษรอบนี้ยังอยู่สร้างความเคยชินให้กับประชาชนได้รู้สึกว่าอำนาจตามมาตรา 44 ไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยอย่างที่หลายคนหวาดกลัว แถมอาจจะดีกว่าการใช้ช่องทางปกติด้วยซ้ำ

ทว่า นี่ยังอาจเป็นแค่น้ำจิ้มหลอกให้ได้ตายใจ อันจะเป็นการ “ปูทาง” ไปสู่การใช้ “อำนาจพิเศษ” ในอีกหลายๆ เรื่องที่สังคมยังเคลือบแคลง จนยากจะผลักดันไปตามช่องทางปกติ ยิ่งในเวลานี้สังคมเริ่มปรากฏความแตกแยกในหลายประเด็นจนยากจะหาข้อสรุปที่สร้างการยอมรับด้วยกันทุก
ฝ่ายได้

ไม่แปลกที่เวลานี้จะเห็นหลายข้อเสนอจากหลายฝ่ายที่หวังให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 เดินหน้าลุยอุปสรรคต่างๆ ทั้งที่หลายเรื่องควรจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรจะปล่อยให้เกิดการถกเถียงเพื่อตกผลึกหาข้อสรุป อย่างเช่นคิดราคาค่ามือถือตามเวลาจริง

ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่าง “นิรโทษกรรม” ที่จะต้องวัดใจ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะจัดการกับอำนาจในมืออย่างไร

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน