
น้องบิ๊กป้อมชี้ถอดถอนปูยาก
สนช.เชื่อเสียงไม่พอถอดถอน “ยิ่งลักษณ์-นิคม-สมศักดิ์” เหตุรัฐธรรมนูญ 50 ไม่มีผลบังคับใช้
สนช.เชื่อเสียงไม่พอถอดถอน “ยิ่งลักษณ์-นิคม-สมศักดิ์” เหตุรัฐธรรมนูญ 50 ไม่มีผลบังคับใช้
พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า การถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา สว. และการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการจำนำข้าว คงเป็นไปได้ยากที่จะได้มติ 3 ใน 5 หรือ 132 เสียง ในการถอดถอน ซึ่งสนช.หลายคนเห็นว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว
สำหรับคดีความผิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว จึงเห็นว่าไม่น่าจะเข้าข่ายถอดถอนได้ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การสร้างความปรองดอง ไม่ได้หมายความว่า จะต้องยกโทษความผิดให้กับทุกคน ต้องแยกแยะให้ชัดเจน ไม่ได้ถือเป็นการส่งสัญญาณให้ สนช.เดินหน้าเรื่องการถอดถอนเพราะทุกอย่างขึ้้นอยู่กับดุลยพินิจของ สนช.ว่าจะเห็นเป็นอย่างไร
แหล่งข่าวจาก สนช. เปิดเผยว่า การลงมติถอดถอนนายสมศักดิ์ นายนิคม และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สนช.ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า คงเป็นไปได้ยากที่จะได้เสียง 3 ใน 5 หรือ 132 เสียงในการถอดถอนทั้งสองคดี เนื่องจากการเช็กเสียง สนช. ขณะนี้มีเสียงสนับสนุนให้ถอดถอนทั้งสองคดีเต็มที่อยู่ที่ประมาณ 90-100 เสียงเท่านั้น
ทั้งนี้ ได้มีการประเมินจากคะแนนเสียงที่ลงมติรับเรื่องคดีถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคมไว้พิจารณาที่ได้คะแนนเพียง 87 เสียง และเสียงโหวตที่สนับสนุนให้ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม จำนวน 85 เสียง เมื่อตอนลงสมัครเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เพียงพอให้พล.อ.สมเจตน์ ได้รับเลือก โดยกลุ่มสนช.ที่สนับสนุนให้มีการถอดถอนทั้งสองคดีส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอดีต 40 สว. กลุ่มนักวิชาการเท่านั้น
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะขอให้อดีตรัฐมนตรีเข้าร่วมชี้แจงในการแถลงเปิดสำนวนคดีในวันที่ 9 ม.ค.นั้น ต้องดูว่าทั้ง 8 คนเข้ามาทำหน้าที่อะไร ถ้ามาให้กำลังใจก็ไม่น่าเป็นปัญหา แต่ถ้ามาในฐานะพยานก็คงไม่ได้ เพราะ สนช.ได้มีมติว่าไม่อนุญาตให้ผู้ถูกร้องเพิ่มพยานหลักฐานไปแล้ว ส่วนข้อเรียกร้องให้มีการถ่ายทอดสดผ่านช่อง
11 นั้น ได้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาอยู่แล้ว และกระบวนการทั้งหมดจะเสร็จภายในเดือน ม.ค.นี้







