
ราคาประเมินที่ดินขยับ20%
ธนารักษ์ชี้ราคาประเมินที่ดินใหม่ขยับขึ้นทั้งแผง โดยเฉพาะที่เขตเศรษฐกิจพิเศษราคาพุ่ง 100%
ธนารักษ์ชี้ราคาประเมินที่ดินใหม่ขยับขึ้นทั้งแผง โดยเฉพาะที่เขตเศรษฐกิจพิเศษราคาพุ่ง 100%
นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า จากการประเมินราคาที่ดินใหม่ที่จะประกาศใช้ต้นปี 2559 ที่จะไปใช้ควบคู่กับการเรียกเก็บภาษีตามร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่รัฐบาลดำเนินการแก้ไขและอยู่ในชั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นั้น ราคาได้มีการปรับขึ้นเกือบทั้งหมด
“เบื้องต้นที่ดินมีราคาสูงขึ้นเกือบทั้งหมด เป็นผลจากที่รัฐบาลประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษในช่วงปี 2557 และผลจากการเตรียมเข้าสู่เออีซี ทำให้ราคาที่ดินเฉลี่ยทั้งประเทศเพิ่มขึ้น 20%” นายนริศ กล่าว
ทั้งนี้ เฉพาะที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่น แม่สอด เพิ่มขึ้นสูงกว่า 100% รวมถึงที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นใหม่จะปรับตัวสูงขึ้นอีกตามการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะส่งผลให้กรมที่ดินจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
ขณะที่ราคาที่ดินที่คงแชมป์ราคาประเมินสูงที่สุดในรอบที่แล้ว เช่น บริเวณสีลม ราชประสงค์ สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งในปี 2555 มีราคาประเมินอยู่ที่ประมาณ ตร.ว.ละ 8-9 แสนบาท คาดว่ารอบใหม่แนวโน้มราคาจะเพิ่มสูงขึ้น 20-30% หรืออยู่ในระดับ 1 ล้านบาท/ตร.ว.
นายนริศ กล่าวอีกว่า กรมธนารักษ์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับนายสมคิด ศริ ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพกรมที่ดิน เพื่อขอใช้ข้อมูลที่ดินสำหรับจัดทำบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ โดยกรมจะขอใช้ข้อมูลแผนที่ ข้อมูลทะเบียนที่ดิน ข้อมูลอาคารชุด รวมทั้งข้อมูลราคาซื้อขาย เพื่อวิเคราะห์กำหนดราคาประเมิน ก่อนจัดทำบัญชีและส่งให้กรมที่ดินใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและยังรองรับใช้เป็นฐานเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
นอกจากนี้ ยังจะนำเทคโนโลยีแบบใหม่มาช่วยสำรวจและประเมินราคา เช่น นำแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม แผนที่ดิจิทัลรูปแบบแปลงที่ดิน เมื่อธนารักษ์นำส่งกลับไปให้กรมที่ดินแล้ว จะทำให้กรมที่ดินสามารถนำไปใช้ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและภาษีต่างๆ จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว มีคุณภาพ และมีราคาประเมินสอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามราคาตลาด
สำหรับความคืบหน้าในการจัดทำราคาประเมินทุนทรัพย์ได้ประเมินไปแล้ว 25 จังหวัด คิดเป็น 8.8 ล้านแปลง จากทั้งหมด 33 ล้านแปลง ที่จะต้องประเมินเป็นรายแปลงทั่วประเทศ ซึ่งทางกรมที่ดินจะส่งทั้งข้อมูลแผนที่ ทะเบียนที่ดิน อาคารชุดไปยังกรมธนารักษ์ เพื่อใช้ในการทำบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2559







