posttoday
พลังงานรื้อราคาเสร็จ มี.ค. ขอเอกชนลด‘เบนซิน-โซฮอล์’

พลังงานรื้อราคาเสร็จ มี.ค. ขอเอกชนลด‘เบนซิน-โซฮอล์’

08 มกราคม 2558

“ณรงค์ชัย อัครเศรณี” รมว.พลังงาน ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดใน คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน หลังจากเข้ามารับตำแหน่งเพียงไม่กี่วันก็ประกาศปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ และมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว จนล่าสุดประกาศว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. 2558 นี้

“ณรงค์ชัย อัครเศรณี” รมว.พลังงาน ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดใน คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน หลังจากเข้ามารับตำแหน่งเพียงไม่กี่วันก็ประกาศปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ และมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว จนล่าสุดประกาศว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. 2558 นี้

“หลักการราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซลจะต้องสมเหตุสมผล โดยเฉพาะอัตราภาษีและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องมีความใกล้เคียงกัน สำหรับเอ็นจีวีจำเป็นต้องปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนเช่นกัน แต่จะทยอยปรับราคา”

กรณีที่กระทรวงคมนาคมต้องการให้ตรึงราคาเอ็นจีวีในรถสาธารณะออกไปก่อนนั้น ที่ผ่านมา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ไม่ได้หารือเพื่อขอให้ตรึงราคาเพื่อไม่ให้กระทบค่าโดยสารสาธารณะแต่อย่างใด และเชื่อว่า รมว.คมนาคม จะเข้าใจถึงปัญหาที่จำเป็นต้องปรับราคา

ล่าสุด ที่ประชุม กบง. วันที่ 7 ม.ค. มีการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ของน้ำมันดีเซล 60 สตางค์/ลิตร ซึ่งไม่ส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลแต่อย่างใด ส่วนน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ทางกระทรวงพลังงานได้ขอความร่วมมือจากผู้ค้าน้ำมันให้ปรับลดราคาขายปลีกลง โดยน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 จะลดลง 60 สตางค์/ลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล อี20  ลดลง 40 สตางค์/ลิตร และแก๊สโซฮอล์ อี85 ลดลง 20 สตางค์/ลิตร

ด้านฐานะสุทธิเงินกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 4  ม.ค. 2558 อยู่ที่ประมาณ 17,622 ล้านบาท ผลจากการปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้ ทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นประมาณ 948 ล้านบาท/เดือน จากเดิมมีรายรับประมาณ 6,567 ล้านบาท/เดือน เป็นประมาณ 7,516 ล้านบาท/เดือน

“กรณ์ จาติกวณิช” อดีต รมว.คลัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุหัวข้อ “ตลาดหุ้น ราคาน้ำมัน กับเศรษฐกิจไทย” ว่า เริ่มต้นปีใหม่นี้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง สะท้อนความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจเห็นหลายคนวิเคราะห์กันมากมายว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจจะมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตได้ ที่กังวลกันมากที่สุดคือ “Deflation” หรือ “ภาวะเงินฝืด”

แต่ถ้าเกิด Deflation ด้วยเหตุว่าราคาน้ำมัน ลดลงบางประเทศอาจถึงวิกฤตได้ แต่บางประเทศได้ประโยชน์แน่นอน

สำหรับประเทศไทยนั้น ผลโดยตรงมีแต่จะเป็นบวก สาเหตุเป็นเพราะไทยเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันมากที่สุดในเอเซียเมื่อเทียบกับขนาดของเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่ลดลงจึงเป็นคุณต่อเราอย่างมาก การวิเคราะห์ของเมอร์ริล ลินช์ ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเทศในเอเชีย โดยที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะเพิ่มขึ้น 0.45% ทุกๆ 10% ที่ราคาน้ำมันลดลง ที่เป็นเช่นนี้เพราะดุลการค้าน้ำมันเราติดลบถึงเกือบ 10% ของจีดีพี (ต้นทุนการนำเข้าน้ำมันสูงมากกว่าส่วนที่เราส่งออกน้ำมันที่กลั่นแล้วหลายเท่า)

ส่วน “วิกฤต” ที่อาจเกิดขึ้นนั้น คงจะเป็นวิกฤตที่ประเทศผู้ผลิต แต่ไม่ใช่วิกฤตของเราแน่นอน และมั่นใจว่าผลกระทบกับไทยเราจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับประเทศเหล่านี้จะน้อยกว่าประโยชน์ที่เราได้รับ อย่าลืมว่าจีนและญี่ปุ่นก็เป็นผู้นำเข้าน้ำมัน ดังนั้นเมื่อราคาน้ำมันลดลงกำลังซื้อผู้บริโภคเขาก็จะเพิ่มขึ้น

“อย่ากลัวกันไปมากนักเลยครับ ความกลัวมากกว่าที่จะส่งผลทางลบต่อเศรษฐกิจมากที่สุด แบงก์ชาติเองก็อาจต้องเลิกกลัวเงินเฟ้อได้แล้ว -ดอกเบี้ยลดลงได้หรือยังครับ?”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท