
กิจการพลังงาน ควรเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน?
มีผู้เสนอว่ากิจการพลังงานควรเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งรัฐควรดำเนินงานเอง ไม่ควรปล่อยให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ เพราะโดยการบริหารแบบเอกชนย่อมต้องมุ่งหวังกำไรสูงสุด
มีผู้เสนอว่ากิจการพลังงานควรเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งรัฐควรดำเนินงานเอง ไม่ควรปล่อยให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ เพราะโดยการบริหารแบบเอกชนย่อมต้องมุ่งหวังกำไรสูงสุด
ดังนั้น จึงทำให้พลังงานมีราคาแพง ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้พลังงานและเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องแบกรับต้นทุนพลังงานในราคาแพง แต่ถ้าให้รัฐเป็นผู้บริหารกิจการพลังงาน รัฐก็ไม่จำเป็นต้องเอากำไร จึงทำให้พลังงานราคาถูกลงได้
คำกล่าวนี้ฟังดูก็มีเหตุผลดี และผมก็เห็นด้วยว่ากิจการพลังงาน (บางประเภท) ที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดโดยธรรมชาติ เช่น ท่อส่งน้ำมัน ท่อส่งก๊าซ หรือสายส่งไฟฟ้า ควรเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รัฐควรจัดหาให้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคในราคาที่ยุติธรรม ซึ่งไม่มีการแสวงหาผลกำไรมากจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงควบคู่กันไปกับคำว่าสาธารณูปโภคพื้นฐานก็คือคำว่าประสิทธิภาพ และการผูกขาดสาธารณูปโภคพื้นฐานถึงแม้จะมีราคาถูก แต่ถ้าไร้ซึ่งประสิทธิภาพและ
มีการผูกขาด ก็จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆต่อประชาชนผู้บริโภคและประเทศชาติเลย
เราลองกลับไปนึกถึงตัวอย่างของการขอโทรศัพท์เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนที่ยังไม่มีการเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการด้านโทรศัพท์แข่งกับองค์การโทรศัพท์ดูสิครับ (เด็กสมัยนี้อาจนึกไม่ออกว่ามีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ)
สมัยนั้นประชาชนที่อยากมีโทรศัพท์ไว้ใช้สักเครื่อง ต้องกำเงินสด 2 หมื่นบาท (ยี่สิบปีที่แล้วนะครับ) ไปวางมัดจำไว้กับองค์การโทรศัพท์ แล้วกลับบ้านไปรออีกสองปีถึงจะได้ติดตั้งโทรศัพท์ (บางคนบอกผมว่ารอเจ็ดปียังไม่ได้โทรศัพท์เลย) ใครที่รอไม่ไหวหรือผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ในการทำธุรกิจก็ต้องใช้วิธีเซ้งเบอร์โทรศัพท์ เสียกันเบอร์เป็นแสน
แต่พอรัฐบาลคุณอานันท์ ปันยารชุน เปิดให้เอกชนมาทำธุรกิจโทรศัพท์แข่งกับองค์การโทรศัพท์ ปรากฏว่าการขอโทรศัพท์เสียเงินเพียงไม่กี่พันบาท และติดตั้งได้ภายในหนึ่งสัปดาห์
บางคนอาจจะบอกว่าผมขุดเอาเรื่องเก่ามาพูด เดี๋ยวนี้เขาไม่เป็นอย่างนี้แล้ว ผมก็อยากจะบอกว่า ถ้ามันจะดีขึ้นก็เพราะมีการเปิดให้เอกชนเข้ามาแข่งขัน รัฐวิสาหกิจจึงต้องปรับปรุงตัวเพื่อความอยู่รอด
ผมถามจริงๆ เถอะว่า ถ้าไม่มีการเปิดเสรีการบินให้มีสายการบินต้นทุนต่ำมาแข่งกับการบินไทย คนไทยจะได้นั่งเครื่องบินในราคาถูกๆ อย่างทุกวันนี้ไหม
ถ้าไม่เปิดให้เอกชนเข้ามาผลิตไฟฟ้าตามโครงการ IPP และ SPP แข่งกับ กฟผ. วันนี้ค่าไฟฟ้าจะขึ้นไปเท่าไร
และทุกวันนี้การบริการของการรถไฟและ ขสมก. ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศเป็นอย่างไร มีใครอยากใช้บริการของสองหน่วยงานนี้บ้าง (แม้แต่ผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้กิจการพลังงานเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานก็ตาม)
ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า ถ้าต้องการให้กิจการพลังงานเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ก็ต้องพิจารณาควบคู่กันไปกับประสิทธิภาพและป้องกันการผูกขาดครับ เพราะการผูกขาดไม่ว่าจะโดยรัฐหรือเอกชนก็เป็น
บ่อเกิดของความเลวร้ายทั้งคู่
จริงๆ แล้ว ระบบที่ดีที่สุดคือระบบที่มีการแข่งขันอย่างเสรีครับ และต้องเป็นการแข่งขันกันอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่การแข่งขันกันแบบกึ่งผูกขาดอย่างที่บ้านเรามีกันอยู่ในทุกวันนี้
การแข่งขันกันแบบกึ่งผูกขาดมีอยู่สองลักษณะคือ หนึ่ง การแข่งขันกันแบบมีผู้ประกอบการน้อยราย จึงสามารถทำข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์กันได้ง่าย และไม่ต้องแข่งขันกันมาก
สอง การแข่งขันแบบมีผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงรายเดียว ที่เหลือเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางหรือเล็กที่ไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก จึงต้องทำการตลาดคล้อยตามผู้ประกอบการรายใหญ่เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องของการกำหนดราคาขาย
ดังนั้น ถ้าเราต้องการให้กิจการพลังงานเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน เราก็มีทางเลือกอยู่สองทางครับ
ทางหนึ่งคือพยายามโอนกิจการที่เป็นการผูกขาดโดยธรรมชาติกลับมาให้รัฐดูแล แต่ก็ต้องเสี่ยงกับเรื่องของประสิทธิภาพในการบริหาร ซึ่งรวมทั้งการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่จะต้องผลักภาระไปให้ประชาชน หรือมิฉะนั้นก็ต้องให้รัฐจัดสรรงบประมาณเข้ามาอุดหนุนอย่างที่เป็นอยู่ในรัฐวิสาหกิจหลายแห่งในปัจจุบัน
หรือทางที่่สอง เราปล่อยให้เอกชนบริหาร แต่รัฐต้องเข้าไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดและเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบหรือแสวงหากำไรจนเกินสมควร โดยหน่วยงานกำกับดูแลนั้นต้องมีองค์ประกอบที่หลากหลาย โดยมีตัวแทนมาจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการนักวิชาการ ผู้บริโภค และภาคประชาชนซึ่งจะทำให้เราได้ทั้งประสิทธิภาพในการบริหารและการควบคุมกำกับดูแลที่เข้มงวดไปในเวลาเดียวกัน
แต่ไม่ว่าเราจะเลือกวิธีใด ผมคิดว่าหัวใจสำคัญของคำว่าสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เราต้องไม่ลืมก็คือ ต้องทั่วถึงในราคาที่เป็นธรรม (ทั้งกับผู้ประกอบการและผู้บริโภค) คุณภาพดี และไม่เป็นภาระกับรัฐมากจนเกินไปครับ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้ากิจการสาธารณูปโภคพื้นฐานนั้นขาดประสิทธิภาพและมีการผูกขาดโดยขาดการกำกับดูแลที่ดีครับ!!!







