posttoday
ได้เวลาเอเชียปฏิรูป ดึงทุนดันโครงสร้างพื้นฐาน

ได้เวลาเอเชียปฏิรูป ดึงทุนดันโครงสร้างพื้นฐาน

07 มกราคม 2558

หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองรับปีใหม่ นอกเหนือจากสถานการณ์ในยุโรป น้ำมัน และค่าเงินเหรียญสหรัฐ

หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองรับปีใหม่ นอกเหนือจากสถานการณ์ในยุโรป น้ำมัน และค่าเงินเหรียญสหรัฐ ก็คือการที่จีน มหาอำนาจอันดับหนึ่งแห่งเอเชียออกมาให้คำมั่นว่า การดำเนินงานเพื่อจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย (เอไอไอบี) ที่มีไทยเข้าร่วมด้วยจะสำเร็จลุล่วงภายในสิ้นปี 2015 แน่นอน

เหตุผลเพราะในทางหนึ่งถือเป็นการแสดงให้เห็นศักยภาพของเอเชียที่สามารถรวมตัวกันได้อย่างมีเสถียรภาพ ขณะที่อีกทางหนึ่งก็คือการสะท้อนให้เห็นว่าเอเชียตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยังคงเป็นจุดอ่อนของภูมิภาค

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า แม้เอเชียจะก้าวเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมากขึ้น แต่โครงสร้างพื้นฐานทั้งหลาย ที่่หมายรวมถึงระบบคมนาคมขนส่ง และไฟฟ้า-ประปา ยังค่อนข้างล้าหลังและมีปัญหาติดขัดค่อนข้างมาก

แน่นอนว่าหลายประเทศในเอเชียก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เห็นได้จากสารพัดโครงการเมกะโปรเจกต์หลายพันล้านเหรียญสหรัฐที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ผลักดันออกมาเพื่อยกระดับโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานภายในของตน โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาในประเทศ ซึ่งมีทั้งโครงการที่รัฐลุยเอง และร่วมทุนกับภาคเอกชนจากภายในและภายนอกประเทศ รวมถึงการลุกขึ้นมาจับมือกันจัดตั้งธนาคารระหว่างประเทศ สำหรับเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวอย่างธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย(เอดีบี) ธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ของกลุ่มบริคส์ และล่าสุดคือธนาคารเอไอไอบี

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแผนยกระดับโครงสร้างสาธารณูปโภค พร้อมด้วยทางเลือกแหล่งเงินทุนเพื่อขอกู้ยืมเงินมากมายจากในอดีต แต่จนแล้วจนรอด การพัฒนาโครงสร้างดังกล่าวของหลายประเทศในเอเชียกลับยังไม่มีความคืบหน้า จนกลายเป็นข้อกังขาว่าปัจจัยใดกันแน่ที่ทำให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเอเชียยังคงย่ำอยู่กับที่

เคอร์ติส เอส. ชิน อดีตผู้แทนสหรัฐประจำเอดีบี และ โฮเซ บี. โคลัสโซ นักวิเคราะห์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้คำตอบตรงกันว่า สาเหตุของความล้มเหลวอยู่ที่การขาดแผนปฏิรูประบบการเงินร่วมกันของภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้การลงทุนขั้นพื้นฐานของภูมิภาคขาดเสน่ห์ดึงดูดในสายตานักลงทุน

ความเห็นดังกล่าวสอดรับกับข้อมูลของเอดีบีที่พบว่าแท้จริงแล้ว เอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทบไม่มีความจำเป็นที่จะต้องวิ่งโร่ไปขอหยิบยืมเงินจากแหล่งทุนนอกภูมิภาคเลย แต่ปัญหาที่ทำให้ภูมิภาคแห่งนี้เหมือนขาดเงินทุนเป็นเพราะความอ่อนด้อยในการจัดการระบบการเงิน ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินที่เอเชียผลิดอกออกผลได้ไปโลดแล่นอยู่นอกภูมิภาค

ขณะที่ข้อมูลจากการประชุมด้านการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติในเรื่องการลงทุนทั่วโลกยืนยันว่า เอเชียคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 23.1% ในปี 2013 จาก 17.8% ในปี 2010 ของปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ทั้งหมดของโลก ซึ่งมีมูลค่ารวม 1.41 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2013 

นักเศรษฐศาสตร์จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คำนวณว่า เพียง 1% ของเม็ดเงินที่ไหลออกนอกเอเชียจะหมายถึงการลงทุนด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานภายในที่ลดลงถึง 29%

คำถามที่ต้องตอบต่อมาก็คือ ทำอย่างไรภูมิภาคเอเชียจึงจะสามารถดึงดูดและรักษาเงินทุนของตนให้อยู่ภายในภูมิภาคของตน และส่งไปถึงการลงทุนเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต้องการต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจเอเชียในระยะยาว

นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักลงความเห็นตรงกันว่า สิ่งที่เอเชียต้องลงมือปฏิรูปมีทั้งหมด 4 ปัจจัยด้วยกัน โดยปัจจัยประการแรกสุดก็คือการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการมีกฎหมายปกป้องนักลงทุน การบังคับใช้กฎหมายจัดเก็บภาษีมาตรฐานเดียว และขั้นตอนทางราชการที่โปร่งใสและไม่ซับซ้อน

ปัจจัยที่สอง คือการยกระดับภาคการเงินภายในประเทศให้แข็งแกร่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ขณะเดียวกันก็เป็นระบบที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน รวมถึงการมีหน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถือเพื่อช่วยให้นักลงทุนทำความเข้าใจกับความเสี่ยงต่างๆ

ปัจจัยต่อมา คือการหันมาจัดการกับเงินในตลาดมืดที่มาจากการก่ออาชญากรรม การทุจริตคอร์รัปชั่น การเลี่ยงภาษีและจากการละเมิดกฎหมายอื่นๆ โดยรายงานเมื่อไม่นานมานี้ของโกลบอล ไฟแนนเชียล อินทีกรีตี้ พบว่า มูลค่าเงินผิดกฎหมายของเอเชียรวมกันสูงถึง 9.91 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าเงินเอฟดีไอของเอเชียและเงินช่วยเหลือที่เอเชียได้รับจากที่ต่างๆ รวมกันเสียอีก

สำหรับปัจจัยประการสุดท้าย คือการที่ภาครัฐปฏิรูประบบการระดมทุน โดยวางแผนระดมนักลงทุนเอกชนเอง ภายใต้ความร่วมมือกับธนาคารระหว่างประเทศ เช่น กรณีที่หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (ยูเอสเอไอดี) ทำงานร่วมกับองค์การพาวเวอร์ แอฟริกา เพื่อเปิดทางให้ทุนเอกชนเข้าไปแหล่งทุนด้านการผลิตพลังงานในทวีปแอฟริกา

ทั้งนี้ ท่ามกลางการเติบโตของเอเชียที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้นเรื่อยๆ น่าจะถึงเวลาแล้วที่เอเชียต้องบอกลาระบบการเงินและขั้นตอนการดำเนินงานแบบเก่าๆ ที่ทำให้การลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานขาดความต่อเนื่องและยั่งยืน

เหลือเพียงแค่ความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลเอเชียแต่ละประเทศที่จะร่วมมือกันปฏิรูประบบการเงินและการดำเนินธุรกิจให้โปร่งใส สอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น อันจะช่วยตอบสนองความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละประเทศเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท