
สปช.ติดปีก ดันพรวด6วาระร้อน
สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เดินเครื่องปฏิรูปประเทศเต็มสูบ โดยขณะนี้ได้ให้ความเห็นชอบวาระเร่งด่วนไปแล้ว 6 เรื่อง ซึ่งจะปรากฏเป็นรูปธรรมในเร็ววันนี้
สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เดินเครื่องปฏิรูปประเทศเต็มสูบ โดยขณะนี้ได้ให้ความเห็นชอบวาระเร่งด่วนไปแล้ว 6 เรื่อง ซึ่งจะปรากฏเป็นรูปธรรมในเร็ววันนี้
สำหรับ 6 เรื่องดังกล่าวประกอบด้วย 1.การเร่งรัดให้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 หรือ “กอช.” โดยมีหลักการมุ่งเน้นสร้างหลักประกันให้กับกลุ่มแรงงานนอกระบบ ซึ่งมีอายุระหว่าง 35-60 ปี จะต้องจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนไม่น้อยกว่าเดือนละ 50 บาท แต่ไม่เกินจำนวนที่กำหนด โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบตามสัดส่วนของจำนวนเงินที่สะสมและระดับอายุ
ทั้งนี้ หลังจาก สปช.มีการลงมติและส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อให้เร่งพิจารณาและบังคับใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่จะจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมถึงวางโครงสร้างของ กอช.
2.การปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย สปช.มีมติให้เร่งผลักดันให้ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งหลังจาก สปช.มีมติผลักดันวาระดังกล่าว คณะรัฐมนตรีเร่งแสดงเจตจำนงต่อองค์การยูเนสโก ในการขอขึ้นทะเบียนทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก ก่อนเดือน มี.ค. 2558 เพราะจะมีการพิจารณาครั้งสุดท้าย ปี 2558 ภายในวันที่ 15 เม.ย.นี้
3.“โครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟอย่างเสรี” หรือการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านและอาคาร โดยมีหลักการมุ่งให้ประชาชนเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้และจำหน่ายด้วยตนเอง หลังจากนี้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาออกระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ในลักษณะ “One Stop Service” รวมทั้งกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการใช้ภายในบ้านอีกด้วย
4.เสนอให้มี “องค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” โดยทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภคและผู้ผลิต รวมถึงเป็น “ร่มใหญ่” ที่จะประสานการทำงานขององค์กรภาคประชาชน โดยรัฐบาลต้องจ่ายงบประมาณประจำปี แต่จะต้องไม่น้อยกว่า 3 บาทต่อหัวประชากร
5.เสนอให้มีการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยคิดเป็นวินาที เนื่องจากปัจจุบันเวลาที่เกินไปในหน่วย “วินาที” ถูกปัดเป็น “หนึ่งนาที” จึงไม่ยุติธรรมต่อผู้บริโภค ซึ่ง สปช.ได้ส่งเรื่องนี้ไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้มีคำสั่งห้ามผู้ประกอบการคิดค่าบริการเป็น “วินาที”
6.ให้มีจัดตั้ง “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” โดยให้ตราเป็น พ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม และธรรมาภิบาล รวมทั้งกำกับสอบทาน เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรและบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูง กรรมการในองค์กรตรวจสอบในการใช้อำนาจรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ นักการเมืองท้องถิ่น และองค์กรธุรกิจที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ
ทั้งนี้ ที่ประชุมสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ มาจากตัวแทนภาครัฐ เอกชนและประชาสังคมที่ไม่มีผลประโยชน์ขัดกัน จำนวนไม่น้อยกว่า 55 คน ทำหน้าที่จัดทำมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลของบุคคลและองค์กรข้างต้น และจัดกระบวนการสอบทานการปฏิบัติของบุคคลดังกล่าว โดยมีการลงมติการตัดสินพฤติกรรม และประกาศรายงานข้อมูลต่อสาธารณะ โดยได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
ทั้งหมดนี้ จะได้รับการสนองจากรัฐบาลหรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ให้เป็นรูปธรรมไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือไม่ อีกไม่นานรู้กัน







