
เปิดโมเดล สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ
“สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ”คือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำนาจกำหนดมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
โดย...เจษฏา จี้สละ
เปิดศักราชใหม่ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลุยทำงานทันที โดยมีวาระร้อนเรื่อง “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” ซึ่ง สปช.ซึ่งพิจารณากันในวันที่ 6 ม.ค. โดยโต้โผใหญ่ของเรื่องนี้คือ คณะกรรมการการปฏิรูปคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ที่มี “พลเดช ปิ่นประทีป” เป็นประธานคณะกรรมการ และ “เทียนฉาย กีระนันทน์” ประธาน สปช. เป็นที่ปรึกษากรรมการ
สาระสำคัญ “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูงในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ นักการเมืองท้องถิ่น องค์กรธุรกิจที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ
นอกจากนั้น ยังมีอำนาจในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของบุคคลดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมถึงจัดทำข้อมูลบุคคลสาธารณะให้เป็นข้อมูลสาธารณะอีกด้วย
ทั้งนี้ โครงสร้างและองค์ประกอบของ “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” ประกอบด้วย ประธาน 1 คน และกรรมการอื่นอีก 4 คน ที่แต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา โดยจะต้องเป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างและได้รับความเชื่อถือ มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่ประจักษ์ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล
สำหรับสมาชิกของ “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” ประกอบด้วย ผู้แทนเครือข่ายของภาคประชาสังคม ภาคเอกชน องค์กรภาครัฐ ไม่น้อยกว่า 55 คน ซึ่งจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่เช่นเดียวกับกรรมการสมัชชาคุณธรรมฯ โดยจะได้รับค่าตอบแทนเฉพาะเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายที่จำเป็น แต่ไม่มีค่าตอบแทนรายเดือน
นอกจากนั้น กรรมการปฏิรูปคุณธรรมฯ ยังเสนอให้จัดตั้ง “สำนักงานคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลแห่งชาติ” ทำหน้าที่สนับสนุนงานด้านธุรการและการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ โดยให้ “ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)” ซึ่งเป็นองค์กรนิติบุคคลที่เสนอชื่อเทียนฉายเข้าชิงเก้าอี้ สปช. มาทำหน้าที่สำนักงานคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาลแห่งชาติ
สำหรับรายได้ของสำนักงานดังกล่าวจะมาจาก 3 ส่วน คือ 1.เงินและทรัพย์สินที่โอนมาจากศูนย์คุณธรรม 2.เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้รายปี และ 3.เงินอุดหนุนจากภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นทั้งต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ หรือเงิน และทรัพย์สินที่มีผู้บริจาค
อย่างไรก็ตาม กระบวนการจัดตั้ง “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” หลังการพิจารณาและให้ความเห็นของ สปช. ในวันที่ 6 ม.ค. คณะรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาและลงมติยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2550 พร้อมกับยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2554 เพื่อสร้างที่ยืนให้กับ พ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ พ.ศ.... จากนั้นจึงจะเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ พ.ศ.... ต่อไป
“อำพล จินดาวัฒนะ” รองประธานกรรมการปฏิรูปคุณธรรมฯ ระบุว่า ที่ผ่านมาสังคมไทยยุ่งอยู่กับเรื่องกฎหมายว่าถูกหรือผิด แต่ในข้อเท็จจริงแล้วเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล จะต้องสร้างมาตรฐานขึ้นมาตรวจสอบบุคคลที่จะเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญของรัฐ เพราะบุคคลเหล่านี้จะต้องมีมาตรฐานเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล มากกว่าผู้อื่นเป็นพิเศษ
“กรรมการปฏิรูปคุณธรรมฯ เห็นว่าจำเป็นต้องมีกลไกเพื่อส่งเสริมพัฒนามาตรฐานเรื่องนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยเน้นให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานว่าสิ่งใดรับได้และสิ่งใดรับไม่ได้ แต่กลไกนี้จะไม่มีอำนาจในการลงโทษหรือไปชี้ว่าใครถูกหรือใครผิด แต่จะเป็นการตรวจสอบ เผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ” อำพล ระบุ
จากนี้ต้องตามติด “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” จะสามารถเป็นที่พึ่งพิงของสังคมหรือเป็นแค่เสือ กระดาษเท่านั้นเอง...อีกไม่นานกาลเวลาจะพิสูจน์







