posttoday
ชนวนภูมิรัฐศาสตร์ เขย่าเสถียรภาพโลก

ชนวนภูมิรัฐศาสตร์ เขย่าเสถียรภาพโลก

06 มกราคม 2558

ไม่อาจปฏิเสธว่า “ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์” กลายเป็นปัจจัยสั่นคลอนเสถียรภาพโลกตลอดปีที่ผ่านมา และยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่เห็นเค้าลางคลี่คลาย ส่งผลให้มีแนวโน้มว่าโลกจะต้องเผชิญกับความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่องไปอีกในปี 2015

ไม่อาจปฏิเสธว่า “ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์” กลายเป็นปัจจัยสั่นคลอนเสถียรภาพโลกตลอดปีที่ผ่านมา และยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่เห็นเค้าลางคลี่คลาย ส่งผลให้มีแนวโน้มว่าโลกจะต้องเผชิญกับความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่องไปอีกในปี 2015

ยืนยันได้จากการประกาศของมูดี้ส์อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดัง ที่ระบุให้ภัยคุกคามด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและยาวนานต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงความน่าเชื่อถือของหลายๆ ประเทศในปี 2015

ทั้งนี้ หากไล่เรียงความขัดแย้งหลักที่อาจเป็นชนวนนำไปสู่ความรุนแรงสะเทือนโลกครั้งใหม่ คงหนีไม่พ้น 3 ประเด็นหลัก คือ กลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส ถัดมาคือวิกฤตความขัดแย้งในยูเครน  และข้อพิพาทระหว่างจีนและเพื่อนบ้านที่ล้วนแต่มีผลกระทบทางด้านจิตวิทยาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในบรรยากาศการลงทุนและภาคธุรกิจที่ฝ่อลงทุกขณะ

กระทั่งองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ถึงขั้นปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2014 ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วขนาดใหญ่อย่างสหรัฐ กลุ่มยูโรโซน และญี่ปุ่นเหลือเพียง 0.8% จากเดิมที่ 1.2% หลังความขัดแย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ก่อให้เกิดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่กระเทือนต่อบรรยากาศการลงทุนและการค้าโลกอย่างหนัก

เมื่อพิจารณาเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นตลอดปี 2014 ต้องยอมรับว่ากลุ่มก่อการร้ายไอเอสเป็นตัวจุดชนวนประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ให้ร้อนแรงขึ้น โดยความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะอยู่แค่ในอิรัก ซีเรีย และภูมิภาคตะวันออกกลาง จนมหาอำนาจอย่างสหรัฐต้องจับมือกับชาติพันธมิตรส่งหน่วยโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มไอเอสหลายระลอก

ทว่า แม้จะให้ความช่วยเหลือรัฐบาลของประเทศที่กลุ่มไอเอสใช้เป็นฐานที่มั่น รวมถึงจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างเต็มที่ แต่ภัยคุกคามจากไอเอสก็ยังไม่ยุติิ ตรงกันข้าม ปฏิบัติการก่อการร้ายกลับกระจายวงกว้างออกไปนอกพื้นที่ตะวันออกกลาง ส่วนหนึ่งเพราะนักรบอาสาสมัครต่างชาติที่เข้าร่วมกับกลุ่มไอเอสได้รับแนวคิดของกลุ่มไอเอส จนมีแนวโน้มกลายเป็นเครืื่องมือก่อการร้ายเมื่อเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดของตน ขณะที่การเผยแพร่อุดมการณ์ผ่านโลกออนไลน์ของกลุ่มไอเอสก็ประสบความสำเร็จในการระดมสมาชิกผู้มีอุดมการณ์ร่วมกันให้ลุกขึ้นมาก่อการร้าย เช่น กรณีบุกยึดร้านคาเฟ่ในกลางนครซิดนีย์ของออสเตรเลีย

จัสมิน ออปเปอร์แมน นักวิเคราะห์แห่งสถาบันวิจัยและวิเคราะห์การก่อการร้ายในรัฐฟลอริดา กล่าวว่า ปีนี้ทั่วโลกน่าจะได้กลุ่มไอเอสรวมตัวเป็นระบบที่มีการบริหารปกครองแบบรัฐบาลมากขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่องค์กรอีกต่อไป ขณะที่ความทารุณโหดร้ายต่อฝ่ายตรงข้ามจะรุนแรงขึ้นด้วยเช่นกัน

ด้านความขัดแย้งครั้งใหม่จากคู่กรณีเดิมระหว่างรัสเซียกับสหรัฐและชาติตะวันตก ก็กลับมาสร้างความกังวลอีกครั้ง จากกรณีวิกฤตขัดแย้งในยูเครนที่แบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน โดยฝ่ายหนึ่งต้องการเข้าร่วมกับสหภาพยุโรป
(อียู) ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการจับมือกับรัสเซีย โดยความขัดแย้งยิ่งบาดหมางลึกขึ้น เมื่อส่วนหนึ่งของยูเครนอย่างไครเมียลงประชามติผนวกเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับแดนหมีขาว จนนำไปสู่การออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของสหรัฐและยุโรป ซึ่งรัสเซียเองก็ตอบโต้ด้วยการประกาศคว่ำบาตรสินค้าจากตะวันตกคืนเช่นกัน

การสาดกระสุนสงครามเศรษฐกิจครั้งนี้ส่งผลให้เจ็บกันทั้งสองฝ่าย เนื่องจากรัสเซียเป็นตลาดสำคัญยุโรป ทั้งสินค้าเกษตรและเครื่องจักรอุตสาหกรรม ส่วนรัสเซียก็เจ็บหนัก เพราะพิษคว่ำบาตรสั่นคลอนความเชื่อมั่นกระทบการลงทุนและการเติบโตของเศรษฐกิจ บวกกับปัจจัยราคาน้ำมันซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศร่วงลงต่อเนื่อง ฉุดค่าเงินรูเบิ้ลดิ่งไปกว่า 50%

พิษร้ายต่อระบบเศรษฐกิจยังไม่สิ้นสุดอยู่เพียงแค่นั้น เพราะปี 2015 นักเศรษฐศาสตร์ต่างลงความเห็นว่ารัสเซียน่าจะต้องประสบกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยกว่า 3.6% ขณะที่หลายฝ่ายยังกังวลว่าวิกฤตยูเครนจะก่อปัจจัยลูกโซ่ที่จะฉุดความเชื่อมั่นทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคให้ตกต่ำ จนเศรษฐกิจโลกต้องปั่นป่วนอีกด้วย

ส่วนในแง่ของการเมืองนั้น ซีเอ็นเอ็นมันนี่ได้รวบรวมความเห็นของนักวิเคราะห์ ซึ่งระบุว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียอาจยกระดับมาตรการตอบโต้ให้รุนแรงและแข็งกร้าวมากขึ้นโดยไม่สนผลกระทบทางเศรษฐกิจ เช่น เดินหน้าจุดชนวนให้เกิดความไม่สงบในประเทศใกล้เคียงที่มีชาวรัสเซียอาศัยอยู่ อย่างในเอสโตเนียหรือลัตเวีย

ขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียเองก็มีชนวนระอุไม่แพ้กัน หลังการสยายปีกขยายอิทธิพลของจีน โดยเฉพาะการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาททางทะเล กระทบต่อความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ในทะเลจีนใต้ และญี่ปุ่น ไต้หวัน ในทะเลจีนตะวันออก

ความขัดแย้งข้างต้นส่งผลให้บรรยากาศภายในภูมิภาคเอเชียตึงเครียด และผลักดันให้แทบทุกประเทศเร่งส่งเสริมปรับปรุงศักยภาพกองทัพของตนเองอย่างเต็มที่ โดยทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดของสหรัฐ ที่ยังคงนโยบายถ่วงดุลอำนาจภูมิภาคเอเชียอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการคงกำลังทหารและฐานทัพอยู่ในฟิลิปปินส์ ล่าสุดยังได้ยกเลิกการคว่ำบาตรในการส่งออกด้านยุทโธปกรณ์ต่ออดีตคู่ขัดแย้ง สมัยสงครามเย็นอย่างเวียดนาม รวมถึงการร่วมซ้อมรบ การสนับสนุนด้านการทหารในรูปแบบต่างๆ พร้อมกระชับสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(ซีเอฟอาร์) สถาบันคลังสมองด้านนโยบายการต่างประเทศชื่อดังของสหรัฐ ถึงขั้นย้ำว่า การแย่งชิงสิทธิเหนือน่านน้ำในเอเชีย อาจนำไปสู่การปะทะกันมากขึ้น ภายหลังจากที่แต่ละฝ่ายต่างเดินหน้าสะสมกำลังและยุทโธปกรณ์อย่างเต็มที่

ท้ายที่สุดแล้ว ปัญหาด้านภูมิรัฐ ศาสตร์ซึ่งก่อตัวกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและของเศรษฐกิจโลกจะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงในการกำหนดทิศทางโลกในปี 2015 ที่ยังจำเป็นต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท