
ไทย-เขมรปึ้ก ดันค้า-ลงทุนฉลุยปีแพะ
ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชาแน่นแฟ้นหรือดีกว่าเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้กัมพูชาเป็นมิตรกับไทยมากขึ้นส่งผลดีต่อการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนเติบโตรับปีแพะ
ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชาแน่นแฟ้นหรือดีกว่าเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้กัมพูชาเป็นมิตรกับไทยมากขึ้นส่งผลดีต่อการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนเติบโตรับปีแพะ
เสียงสะท้อนจาก วรพล มณีพงษ์ อัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา แต่ปัจจุบันกลุ่มนักลงทุนไทยยังไม่ค่อยเข้าไปลงทุนในกัมพูชาเท่าที่ควรเมื่อเทียบประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนด้วยกัน ทำให้ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาประกาศเชิญชวนกลุ่มนักลงทุนเข้าไปลงทุนด้วย
วรพล บอกว่า ปัจจุบันนี้กัมพูชาต้องการให้นักธุรกิจไทยเข้ามาลงทุนมากที่สุด คือ โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้ ที่กัมพูชากำลังขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากปัจจุบันกัมพูชาสามารถผลิต
ผลไม้ได้เป็นจำนวนมากไม่แพ้ไทย แล้วค่าแรงยังถูก แต่ไม่สามารถแปรรูปผลผลิตได้เหมือนไทย
“นี่คือโอกาสทองของกลุ่มนักลงทุนไทยที่จะเข้าไปลงทุนในกัมพูชา เพราะศักยภาพของนักลงทุนไทยนั้นมีองค์ความรู้อยู่แล้ว ที่สำคัญทางรัฐบาลกัมพูชาก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมเต็มที่ด้วยให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้แก่นักลงทุนไทย”
วรพล กล่าว
นอกจากโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้แล้ว อุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็น่าเข้าไปลงทุนเช่นกัน เพราะแหล่งท่องเที่ยวชายหาดใน 4 จังหวัด คือ เกาะกง สีหนุวิลล์ แกบ และกัมโปด กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังขาดแคลนแหล่งที่พักอาศัยรองรับ
วรพล บอกอีกว่า การลงทุนสร้างรีสอร์ทและโรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวดังกล่าวถือว่าโดดเด่นไม่น้อย เพราะเชื่อมโยงระหว่างท่องเที่ยวเกาะช้าง จ.ตราด นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเที่ยวพื้นที่ จ.ตราด ก็สามารถเดิินทางไปท่องเที่ยวกัมพูชาได้เลย
“เมื่อมาท่องเที่ยวที่เกาะช้างแล้วก็เข้าไปเที่ยวกัมพูชาต่อได้ ปัจจุบันเราเรียกว่ามาเที่ยวไทยผนวกกับมาเที่ยวกัมพูชาพร้อมกันก็จะได้ประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน เรากำลังส่งเสริมชายแดนอีกตัวหนึ่งคือให้มีเรือท่องเที่ยวเชื่อมเมืองสีหนุวิวล์ จากตราดมาเกาะกง จากเกาะกงมาสีหนุนวิลล์ จะเป็นการท่องเที่ยวทางทะเลที่ดี และเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะลงทุนสร้างโรงแรมขนาดสามดาว และสี่ดาวซึ่งจะได้ประโยชน์ในระยะยาว นี่คือโอกาสที่น่าสนใจมาก” อัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่่ผ่านการท่องเที่ยวของ จ.ตราด พยายามยกระดับเป็นศูนย์การท่องเที่ยวภูมิภาคนี้ แต่เป็นไปได้ยาก เพราะจะมีข้อจำกัดในการท่องเที่ยวเรือโดยสารที่ไม่สามารถที่จะออกได้ทุกชั่วโมง แต่พยายามผลักดันให้ จ.ตราด เป็นศูนย์กลางการลงทุนและศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางบก จากเมืองปอยเปต-พนมเปญ จากพนมเปญ-โฮจิมินห์ การสร้างถนนเส้นนี้จะทำให้การเดินทางรวดเร็วขึ้น
ขณะที่รัฐบาลไทยได้ประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา 2 จุด คือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่ง จ.ตราด ได้เน้นในเรื่องการทำโลจิสติกส์และการท่องเที่ยว ซึ่งมองแล้ว จ.ตราด มาถูกทาง คือ การเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์
โดยทุกวันนี้ จ.ตราด มีความพร้อมทางด้านการขนส่งทางทะเลและการขนส่งทางบกอยู่แล้ว ส่วนการจุดผ่านแดนถาวรของ จ.ตราด ที่ทางรัฐบาลกัมพูชาเสนอรัฐบาลไทยจะขอเปิดเพิ่มขึ้นอีก 2 จุดนั้น ฝ่ายไทยกำลังพิจารณาอยู่ว่าการสร้างถนนเชื่อมโยงไปจังหวัดโพธิสัตว์ จะเกิดประโยชน์และคุ้มทุนกับการลงทุนหรือไม่
นี่คือมุมมองของอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ที่มองเห็นว่าวันนี้นักลงทุนไทยควรจะพิจารณาการเข้าไปลงทุนในกัมพูชา เพราะนี่คือโอกาสทองเปิดกว้างก่อนเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปลายปีนี้







