
ฤาสินบนรางวัล จะล้างนักลงทุน
ไม่ว่าเมื่อใดที่มีการสำรวจหน่วยงานที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น กรมศุลกากรไม่เคยพลาดการติดอันดับทุกครั้ง ไม่ว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานอย่างไร แม้จะใช้ระบบ Paperless ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ลองไปตามคนที่ต้องติดต่อกรมศุลกากรดูเถอะครับ
ไม่ว่าเมื่อใดที่มีการสำรวจหน่วยงานที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น กรมศุลกากรไม่เคยพลาดการติดอันดับทุกครั้ง ไม่ว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานอย่างไร แม้จะใช้ระบบ Paperless ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ลองไปตามคนที่ต้องติดต่อกรมศุลกากรดูเถอะครับ
เหตุผลเพราะผลประโยชน์ทำให้คนเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาอันรวดเร็ว ผมเคยคุยกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อน เคยถามเขาว่า พวกเราอยู่ในช่วงคนเดือนตุลาฯ ที่มีอุดมการณ์ การมาทำงานที่กรมศุลกากรแล้วรับเงินจากชิปปิ้งที่เสียบมากับเอกสารทุกโต๊ะนั้นไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ
งานของกรมศุลกากรมีหลากหลาย มีความสลับซับซ้อนในข้อกฎหมาย บางงานมีความเสี่ยง ต้องเอาชีวิตเข้าแลก เช่น การตรวจจับ ปราบปรามพวกลักลอบขนสินค้าเถื่อนกลางทะเลที่มีมูลค่าเป็นร้อยเป็นพันล้านบาท แต่บางงานก็แสนสบายนั่งอยู่ในห้องแอร์ นั่งหลับตาปล่อยให้รถหรูหายไปจากโกดังก็ได้เงินมาใช้เป็นกอบเป็นกำแล้ว
การให้เงินสินบนรางวัลกับเจ้าหน้าที่จึงเป็นการตอบแทนความเหนื่อยยาก การเสี่ยงชีวิตซึ่งเป็นงานที่นอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ถ้าไม่มีรางวัลให้กำลังใจ จะมีเจ้าหน้าที่คนใดที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อผลงานเท่านั้น ออกปฏิบัติหน้าที่ก็หลบเลี่ยงไม่ไปจับเพราะเสี่ยงอันตราย คอยรับผลประโยชน์จากนักค้าของเถื่อนที่พร้อมจะจ่ายเงินสกปรกให้อยู่แล้วไม่สบายกว่าหรือ การให้เงินสินบนรางวัลอย่างนี้มีเหตุผลที่เข้าใจได้
แต่บ้านเรามีพวกศรีธนญชัยมาก บางรายจึงนั่งในห้องแอร์ ค้นดูใบขนเก่าๆ ว่า มีช่องทางด้านกฎหมายที่จะเรียกร้องผลประโยชน์ได้หรือไม่ ถ้ามีก็เรียกมาข่มขู่ ถ้าเป็นต่างชาติก็ใช้คดีอาญามาขู่ให้ยอมเสียภาษีพร้อมค่าปรับ เพื่อจะได้เงินสินบนรางวัล เป็นวิธีหากินแบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องเสี่ยงชีวิต กรณีอย่างนี้คือการทุจริตที่มีใบเสร็จนั่นเอง
ผมไม่ได้ต่อต้านการตรวจสอบ ไม่ได้สนับสนุนให้คนหนีภาษี แต่กำลังบอกกับเจ้าหน้าที่บางกลุ่มบางคนว่า ถ้าเขาไม่ผิดแล้วไปยัดเยียดข้อหา ใช้คดีอาญาข่มขู่ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อาจเข้าข่ายเป็นการกรรโชก เป็นการหาเงินโดยใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานไปหาเงินอย่างไร้ศักดิ์ศรี ไม่ต่างอะไรกับโจรในเครื่องแบบ
มีตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับค่าปรับจากการหลีกเลี่ยงภาษีทั้งที่เจตนาและไม่เจตนา เป็นเงินค่าปรับกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เป็นเงินสินบนรางวัลที่จ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ไม่เกิน 300 คน เป็นเงินสินบนรางวัลไม่ต่ำกว่า 10,343 ล้านบาท สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการที่สุจริตจำนวนมาก
และเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อครับ รายชื่อของผู้ร่วมจับกุมที่มีสิทธิได้รับรางวัลสินบน จะมีชื่ออธิบดีกรมศุลกากรทุกคดี ไม่ว่าจะไล่จับกุมกันที่กลางทะเลหรือตรวจจับได้ด่านชายแดนสุไหงโก-ลก หรือเหนือสุดที่ด่านแม่สาย อธิบดีท่านมีส่วนร่วมจับกุมร่วมวางแผนได้ทุกคดี
และที่น่าแปลกใจมากไปกว่านั้น ในบางคดีที่มีการดำเนินการยืดเยื้อ เพราะผู้ประกอบการเขาต่อสู้ อาจมีชื่ออธิบดีหลายท่านมีสิทธิได้รับเงินสินบนรางวัล เช่น อธิบดีในช่วงที่มีการจับกุม แต่ย้ายไปก่อน อธิบดีท่านใหม่ย้ายมา ก็มีรายชื่อเป็นผู้ได้รับเงินสินบนรางวัลด้วย
ทำให้สับสนว่า เขาจ่ายสินบนรางวัลเพราะผลงานหรือเพราะตำแหน่ง ข้อมูลอย่างนี้ ท่านสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากรสมัยที่ 2 น่าจะให้คำตอบได้ดีว่าจริงหรือไม่จริง
และเพราะด้วยเหตุแห่งสินบนรางวัลที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น ทำให้มีการตรวจจับมากขึ้น มีการตีความกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการผิดให้ได้ บางกรณีกรมศุลกากรของไทยตีความไม่เหมือนกรมศุลกากรของประเทศอื่นใดในโลก เพียงให้ได้ค่าปรับเพื่อจะได้รับเงินสินบนรางวัล
กรณีข้อตกลง AFTA ที่มีการลดภาษีสำหรับของที่มีแหล่งกำเนิดในอาเซียนด้วยกัน อันเป็นไปเพื่อประโยชน์และความเท่าเทียมกันของประเทศในกลุ่มอาเซียน มีกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาออกมาบังคับใช้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังตีความว่า แม้จะมีเอกสารรับรองแหล่งผลิตที่เรียกว่า Form D แล้วก็ตาม ก็ยังใช้สิทธิ AFTA ไม่ได้ เพราะไม่ได้แสดงความจำนงไว้
กฎหมายที่ออกบังคับใช้แล้วไม่ต้องแสดงความประสงค์ว่าจะใช้สิทธิ เพราะกฎหมายเขาบังคับทุกคนให้ใช้ตามนี้ จะไม่ใช้ก็ไม่ได้เพราะเป็นกฎหมายและถือว่าทุกคนต้องรู้กฎหมาย ทั้งผู้ประกอบการที่เป็นผู้ลงทุนในหลายประเทศในอาเซียน รวมทั้งกรมศุลกากรของประเทศอื่นๆ เขางงว่ากรมศุลกากรไทยตีความได้อย่างไร
นักลงทุนเขาไม่โง่หรอกครับ ถ้าเขาต้องถูกปรับเป็นเงินหลายร้อยล้านบาท เพราะอัตราค่าปรับตามกฎหมายของเราสูงมาก คือ 4 เท่าของราคาสินค้ารวมอากร ทั้งๆ ที่เขาไม่ผิด สิ่งที่เขาจะทำได้ คือ ย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น
ภายหลังเกิด คสช. มีการพูดถึงการปฏิรูปกรมศุลกากร มีการเปลี่ยนอธิบดีเพื่อเข้ามาดูแลการปฏิรูปกรมศุลกากรให้โปร่งใส เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ท่านอธิบดีสมชัยได้ออกมาให้ความเห็นถึงสินบนรางวัลว่ายังมีความจำเป็น ไม่สามารถยกเลิกได้ ควรปรับลด แต่ไม่ได้บอกว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ด้วยหรือไม่ เพราะแม้จะปรับลดแต่ก็ยังเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่สุจริต ไม่รักศักดิ์ศรี ใช้หากินกับผู้ประกอบการได้ ท่านจะจัดการกับเจ้าหน้าที่พวกนี้อย่างไร
เจ้าหน้าที่ที่มีเจตนาไม่สุจริตอย่างนี้ กำลังไล่นักลงทุน กำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศ เพียงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ซึ่งไม่เพียงทำผิดต่อกฎหมายเท่านั้น ยังสร้างบาปให้กับตัวเอง เงินที่ได้มาเป็นเงินร้อน ได้มาก็ไม่มีวันเป็นสุข
โอกาสปลอดการเมืองอย่างนี้ ถ้ายังแก้ไขไม่ได้ประเทศจะล่มสลายในไม่ช้า







