
กฟผ.ระดม2หมื่นล้าน ก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่
กฟผ.เตรียมขายกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 หมื่นล้านบาท มี.ค.-เม.ย.นี้
กฟผ.เตรียมขายกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 หมื่นล้านบาท มี.ค.-เม.ย.นี้
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สคร. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อยู่ระหว่างทำรายละเอียดการตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรืออินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในหลักการแล้วให้ กฟผ.นำโรงไฟฟ้าพระนครเหนือที่สามารถหารายได้ที่แน่นอนมาตั้งกองทุนวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาอนุมัติ และจะเสนอขายผู้ที่สนใจได้ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2558
สำหรับเงินที่ กฟผ. ขายหน่วยลงทุนได้ จะนำมาลงทุนโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการตั้งอินฟราสตรักเจอร์ ฟันด์ ทำให้ประหยัดงบประมาณ และไม่ต้องกู้เงินทำให้หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นสูง ส่วนอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ของรัฐวิสาหกิจกองต่อไป กำลังพิจารณาให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) นำสนามบินสุวรรณภูมิ มาตั้งอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ ระดมทุนมาขยายสนามบิน และให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย นำท่าเรือแหลมฉบังมาตั้งกองทุนขยายท่าเรือแห่งใหม่ ซึ่งหากการ ขายอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ของ กฟผ.ได้รับการตอบรับดีจะทำให้รัฐวิสาหกิจอื่นสนใจตั้งอินฟราสตรักเจอร์ฟันด์มากขึ้น
ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวถึงความคืบหน้าการร่วมทุนรัฐกับเอกชน (PPP) ว่า ในเดือน ม.ค. 2558 จะประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ PPP ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์แยกเป็นรายสาขา เช่น สาขาคมนาคม สาขาพลังงาน และ สาขาไอซีที และต้องเร่งกฎหมายลูกให้มีความยืดหยุ่น เช่น โครงการที่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จะมีการผ่อนผันมากขึ้น เพื่อไม่ให้การลงทุนล่าช้า







