posttoday
"คำนูณ"มึนกปปส.กลับลำไม่เอานายกฯคนนอก

"คำนูณ"มึนกปปส.กลับลำไม่เอานายกฯคนนอก

05 มกราคม 2558

"คำนูณ"มึนท่าทีโฆษกปปส. หลังค้านที่มานายกฯไม่จำกัดแค่ สส. ชี้เลขาฯกปปส.-หัวหน้าปชป.ก็เคยเสนอให้มีนายกฯที่ไม่ได้มาจากสส.

"คำนูณ"มึนท่าทีโฆษกปปส. หลังค้านที่มานายกฯไม่จำกัดแค่ สส. ชี้เลขาฯกปปส.-หัวหน้าปชป.ก็เคยเสนอให้มีนายกฯที่ไม่ได้มาจากสส.

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Kamnoon Sidhisamarn ถึงประเด็นที่โฆษกของกลุ่มกปปส.ที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับที่มาของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่ ส.ส. พร้อมระบุว่าความเห็นดังกล่าวสวนทางกับก่อนหน้านี้ที่ เลขาธิการกปปส.และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยเสนอให้มีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากส.ส.มาแล้ว

ทั้งนี้ข้อความที่นายคำนูณ โพสต์ไว้มีดังนี้

ข้อสรุปเบื้องต้นของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นนายกรัฐมนตรีเสียใหม่โดยไม่บัญญัติบังคับว่าจะต้องเป็นส.ส.เท่านั้น ก่อให้เกิดเสียงไม่เห็นด้วยอย่างกว้างขวางพอสมควร โดยเฉพาะจากนักการเมือง

แม้แต่โฆษกกปปส.ก็ไม่เว้น !

โดยบอกในทำนองว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอย่าได้อ้างกปปส. !!

ประเด็นนี้ ผมฟังจากข่าวค่ำของช่อง 9 อ.ส.ม.ท.คืนนี้เอง หากผิดพลาดไม่ครบถ้วนประการใดต้องขออภัย

แต่ก่อนหน้านี้ หัวหน้าพรรคของท่านโฆษกกปปส.ก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับประเด็นนี้ในระดับหนึ่งมาแล้ว !!

การที่ฟากฝั่งหนึ่งไม่เห็นด้วยกับประเด็นเปิดกว้างไม่บังคับให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากส.ส.เท่านั้นพอเข้าใจได้ เพราะเป็นจุดยืนเดิมมาโดยตลอดช่วงวิกฤตเกือบ 10 ปีมานี้ จุดยืนที่เห็นว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้ง อะไรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตยทั้งสิ้น จุดยืนนี้ถูกหรือผิดหรือมีที่มาอย่างไรเป็นเรื่องหนึ่ง ณ ที่นี้เพียงแต่บอกว่าฟากฝั่งนี้ยืนอย่างนี้มาโดยตลอด ครั้งนี้ยืนอยู่จุดเดิมอีกจึงไม่น่าแปลกใจอะไรนัก แต่กับอีกฟากฝั่งหนึ่งมามีความเห็นตรงกันกับฟากฝั่งที่ต่อสู้ทางการเมืองมาโดยตลอดนี่ผมยังต้องใช้ความพยายามในการทำความเข้าใจอยู่

ผมไม่เคยได้ยินกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคนใดอ้างกปปส. ได้ยินแต่ว่าการกำหนดคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีให้เปิดกว้างไว้ย่อมจะดีกว่า เพราะในบางสถานการณ์ประเทศอาจมีความจำเป็นต้องมีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากส.ส. แล้วก็ยกตัวอย่างเหตุการณ์ก่อนรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 และเหตุการณ์ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่มีการเรียกร้องให้มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนกลางและไม่ได้มาจากส.ส.เพื่อแก้ไขวิกฤต แต่ไม่สำเร็จ เพราะทั้งรัฐธรรมนูญ 2550 และรัฐธรรมนูญ 2540 บังคับไว้ว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากส.ส.เท่านั้น

ช่วงก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 กระบวนการเรียกร้องที่อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม 2549 กล่าวว่าสามารถทำได้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญเพราะมีมาตรา 7 รองรับไว้ แต่หลังจากปรากฎกระแสพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 เหตุผลเรื่องมาตรา 7 เป็นอันตกไป ไม่มีใครพูดถึงอีก

ในช่วงก่อนรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 มีข้อเรียกร้องให้รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 รักษาการประธานวุฒิสภา ใช้ความกล้าหาญทูลเกล้าฯเสนอชื่อผู้เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ทั้งประกาศบนเวที และนำมวลมหาประชาชนกปปส.เดินขบวนมาถึงรัฐสภาเพื่อให้กำลังใจและให้แก้วิกฤตด้วยวิธีดังกล่าว โดยเลขาธิการกปปส.ได้เข้าพบรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นการเฉพาะด้วย

การเรียกร้องให้รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เสนอชื่อบุคคลผู้เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่หลังเดือนธันวาคม 2556 เป็นต้นมา ก็เท่ากับต้องเสนอผู้ที่ไม่ได้เป็นส.ส.สถานเดียว

เพราะขณะนั้นไม่มีส.ส.เหลืออยู่สักคนเดียว เพราะมีการยุบสภาแล้ว

ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกับช่วงเดือนมีนาคม 2549

โฆษกกปปส.ควรถามเลขาธิการกปปส.ในข้อเสนอที่ประกาศออกมาหลายครั้งหลายหน

เช่นเดียวกับควรถามหัวหน้าพรรคของท่านถึงเหตุการณ์ในช่วงเดือนมีนาคม 2549 ว่าท่านเคยแสดงความเห็นไว้อย่างไร และข้อเสนอนั้นเป็นไปไม่ได้ในเวลาต่อมาเพราะอะไร

ก็จะได้ความจริงในอดีต 2 ครั้งว่าในบางสถานการณ์ประเทศมีความจำเป็นต้องได้นายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากส.ส.หรือไม่ อย่างไร

และสถานการณ์นั้นหมดไปแล้วโดยสิ้นเชิง ไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแล้วอย่างนั้นหรือ

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทุกคนจะได้รับฟังให้ชัดเจนแล้วนำไปประกอบการพิจารณา

หมายเหตุ : ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นในฐานะส่วนตัว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์