posttoday
ตร.เผยแก๊งโกงลาดกระบังฟอกเงินเชื่อมีคนร่วมขบวนการอีก

ตร.เผยแก๊งโกงลาดกระบังฟอกเงินเชื่อมีคนร่วมขบวนการอีก

04 มกราคม 2558

รองผู้การกองปราบเผยแก๊งยักยอกเงินพระจอมเกล้าฯเปิดบริษัทบังหน้าฟอกเงิน-ซื้ออสังหาฯ-รถหรู เชื่อมีผู้ร่วมแก๊งอีกหลายราย

รองผู้การกองปราบเผยแก๊งยักยอกเงินพระจอมเกล้าฯเปิดบริษัทบังหน้าฟอกเงิน-ซื้ออสังหาฯ-รถหรู เชื่อมีผู้ร่วมแก๊งอีกหลายราย

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. พ.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) หัวหน้าพนักงานตำรวจฝ่ายสืบสวนชุดคลี่คลายคดีลักทรัพย์เงินของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง (สจล.)  เรียกประชุมฝ่ายสืบสวน พร้อมกล่าวถึงความคืบหน้าของคดีนี้ว่า เงินที่สูญหายมีจำนวนมากจำเป็นต้องเร่งติดตามกลับคืนมาให้มากที่สุด ได้เรียกประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวนมาดูและวางแนวทางการทำงาน  ตั้งแต่พรุ่งนี้จะมีการขยายผลออกไปต่อ เรื่องของรถยนต์และทรัพย์สินต่างๆ จะได้ประสาน ปปง.เข้ามาทำการตรวจยึด อายัดซึ่งใครซื้อทรัพย์สินของผู้ต้องหากลุ่มนี้ไปขอเตือนเอาไว้เลยว่ายังไงก็จะต้องถูกยึดกลับคืน

จากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่า น.ส.อำพรน้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี ผอ.ส่วนการคลังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นายทรงกลด ศรีประสงค์ อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์และอดีตผู้บริหารรู้กัน นอกจากนี้ยังเชื่อว่ามีคนที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกด้วยที่ยังไม่เปิดเผยออกมา  ไม่ใช่คนธรรมดา เป็นคนที่มีอำนาจแต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร เพราะยังไม่รู้ว่า พยานหลักฐานจะพาดพิงไปถึงหรือไม่

พ.ต.อ.กรไชย กล่าวอีกว่า ยอดเงินของ สจล. ตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2557 ที่ตรวจสอบพบว่าสูญหายไปทั้งสิ้นราว 1,400 ล้านบาท   ทรัพย์สินที่ตรวจพบเฉพาะในส่วนของ นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด มีประมาณ 700 ล้านบาท  และบ้านหรู 2 หลัง

"โชคดีที่แก๊งนี้เอาเงินออกนอกระบบไปไม่มากนัก  เฉพาะที่ยังอยู่ในระบบที่ตรวจสอบพบอยู่ประมาณ 994 ล้านบาท  ที่ยังตรวจสอบหาไม่เจออีกประมาณ 400 ล้านกว่าบาท"พ.ต.อ.กรไชยกล่าว

สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้วทั้งสิ้นจำนวน 8 ราย สามารถติดตามจับกุมตัวมาได้แล้ว 4 ราย  ที่หลบหนีมี นายกิตติศักดิ์ ที่เป็นผู้ต้องหาสำคัญเชื่อว่าหลบหนีไปต่างประเทศ   นอกนั้นอีก 3 รายได้ให้ฝ่ายสืบสวนเฝ้าติดตามจับกุม ตามบ้านพักทั้งในและต่างจังหวัดที่เชื่อว่าบุคคลเหล่านั้นจะหลบหนีไป  แต่ยังไม่ได้ตัวมา สำหรับตัว นายกิตติศักดิ์ จากการตรวจสอบพบว่ามีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 12 ม.ค.

สำหรับทรัพย์สินต่างๆ ของนายกิตติศักดิ์ ประกอบด้วย บริษัทต่างๆ จำนวน 7 แห่งฝ่ายสืบสวนมีการตรวจสอบพบว่า บริษัทเอ็ม.ที.เจ.พร็อปเปอร์ตี้ มีเงินทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เป็นบริษัทประกอบธุรกิจบ้านจัดสรร มีกิตติศักดิ์ เป็นหุ้นส่วนใหญ่  มีนายพูลศักดิ์ บุญทรัพย์ น.ส.จันทร์จิรา โสประดิษฐ์  ผู้ต้องหาอีก 2 คนเป็นหุ้นส่วนด้วย 

ส่วนบริษัทอื่นๆ อีก 6 แห่ง มีทุนจดทะเบียน  1 ล้านบาท สำหรับบริษัทมัทธุจัด ทุนจดทะเบียน  1 ล้านบาท  ตำรวจเชื่อว่าน่าจะเป็นบริษัทที่ใช้สำหรับทำการฟอกเงิน โดยนายพูลศักดิ์ ซื้อบ้าน ที่หมู่บ้านโครงการลัดดารมย์ ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ราคา 24 ล้านบ้าน เมื่อเดือนพ.ค. 57 โดยซื้อด้วยเงินสดโดยกู้เงินจากบริษัทมัทธุจัด ผ่อนคืนให้เดือนละ 1 แสนบาททั้งที่บอกยังไม่มีงานทำ ไม่รู้ว่าเอาเงินที่ไหนมาผ่อน กลุ่มแก๊งนี้จะใช้วิธีการเอาเงินฟอกเงิน

ทั้งนี้บริษัททั้ง 7 แห่งเริ่มประกอบธุรกิจตั้งแต่ปี 2555 – 57 ซึ่งเป็นปีที่มีการเอาเงินจาก สจล.ออกมา มีบริษัท เค.ลิฟวิ่ง แอนด์เซอร์วิส จำกัด ที่เพิ่งมาเปิดเมื่อปลายปี 57 บริษัท เอ็ม.เอฟ. โทเทิล เอฟเฟคร์ จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับการบำรุงผิว

"ที่น่าสังเกตคือ  บริษัททั้งหมดมีที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับทั้งหมด ซึ่งฝ่ายสืบสวนเราขอหมายศาลไปตรวจค้นและอายัดเอาฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์และวงจรปิดที่ลงทุนด้วยเงินจำนวนมากถึง 7 แสนบาท มาเพื่อทำการตรวจสอบทั้งหมดอยู่ เพื่อหาหลักฐานการเชื่อมโยงกับการลักทรัพย์เงินของ สจล."พ.ต.อ.กรไชยกล่าว

ส่วนทรัพย์สินที่เป็นรถยนต์ของนายกิตติศักดิ์ ตรวจสอบพบข้อมูลว่าได้ขายไปแล้วจำนวน 3 คัน  เป็นรถยนต์หรูยี่ห้อ ลัมโบกีนี 2 คัน  ๆ หนึ่งขายให้ บอย ปกรณ์ ดารานักแสดงชื่อดัง และยี่ห้อออดี้ อีก 1 คัน

สำหรับลัมโบกีนี คันที่นายกิตติศักดิ์ ขายให้กับ บอย ปกรณ์ไปนั้น  ทางฝ่ายสืบสวนยังมีข้อกังขาว่ามีเหตุผลอะไร  เมื่อซื้อมาในราคา 19.5 ล้านบาท ซื้อมาระยะเวลาแค่ 2  เดือนกว่า ขายต่อให้ บอย ปกรณ์ไป 13.5 ล้านบาท  ทำไมถึงขายขาดทุนไปตั้ง 6 ล้านบาท

ส่วนตัวของ บอย ปกรณ์ นั้นแม้จะมาพบฝ่ายสอบสวนเมื่อวันก่อนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ นำเอกสารการซื้อขายมาให้ดูแล้วก็ตาม  แต่ยังมีข้อสงสัยอยู่ จะประสานขอให้มาพบเพื่อคุยกันก่อน โดยจะต้องดูความเชื่อมโยงระหว่างกับกลุ่มผู้ต้องหาด้วย 

สำหรับทรัพย์สินทั้งหมดของนายกิตติศักดิ์ทาง ปปง.จะอายัดทรัพย์สินที่มีการซื้อมาอยู่ในครอบครอง รวมทั้งทรัพย์สินที่จำหน่ายขายไปแล้ว ว่ามีการขายไปอย่างไร คนที่ได้ทรัพย์สินเหล่านี้ไปไม่ว่าจะเป็นชื่อพ่อแม่พี่น้องของผู้ต้องหาที่มีการซื้อหรือโอนให้เป็นเจ้าของแทน  แม้จะไม่โดนดำเนินคดีแต่ก็อาจจะต้องถูกอายัดทรัพย์เหล่านั้นถ้าไม่สามารถชี้แจงกับ ปปง.ได้

รอง ผบก.ป. กล่าวว่า  จากเงินที่นายกิตติศักดิ์ ได้มาตั้งแต่ปี 2555 ได้มาจากธนาคารต่างๆ เป็นการโอนเข้าบัญชีตนเอง หรือบัญชีของพรรคพวกคนอื่นๆ ก่อน  การที่นายกิตติศํกดิ์ จะเบิกเงินสดไปซื้อรถยนต์หรูราคาแพงแต่ละคันทำได้ไม่ง่าย  เชื่อว่าเป็นการซื้อมาด้วยการใช้แคชเชียร์เช็คเงินสด เป็นการฟอกเงิน การเคลื่อนไหวตัวเลขในบัญชีไม่น่าสงสัย ไม่ต้องมีการแจ้งให้ ปปง.ทราบ  เมื่อซื้อรถยนต์แล้ว  การที่จะได้เงินกลับมาก็คือการขายรถยนต์ออกไปก็จะได้เงินสดกลับมาอยู่ในบัญชีธนาคารทันที

พ.ต.อ.กรไชย กล่าวว่า นายกิตติศักดิ์ เดินทางไปเที่ยวที่ฮ่องกงใช้จ่ายเงินอย่างเศรษฐี  มีการเช่าเฮลิคอปเตอร์บินดูรอบๆ เกาะฮ่องกง คนธรรมดาทำไม่ได้แบบนี้แน่นอน

ทั้งนี้ยังมีอีกหลายคนที่เชื่อว่าได้ร่วมกับแก๊งนี้ อาจจะเป็นรับจ้างไปเปิดบัญชี ผู้ต้องหาที่ยังไม่ไดตัวอีก 2 คน ก็เชื่อว่าแค่รับจ้างเปิดบัญชีเท่านั้น ได้ค่าจ้างหลักแสนบาท  แต่ก็ต้องหลบหนีไป  ถ้าเข้ามามอบตัวให้ปากคำก็จะช่วยให้สำนวนเบาลงอาจแค่กันเป็นพยาน ไม่งั้นก็ต้องหลบหนีไปตลอด

"การทำงานต่อไปเรามีเป้าหมายอีก 1 รายที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชี  แต่ได้รับเงินไปมากถึง 20 ล้านบาท โดยไปเปิดบัญชีธนาคารในเวลา 17.00 น.  เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีแล้วก็โอนต่อไปทันทีเวลา 18.00 น.วันเดียวกันเลยเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินในธนาคารภายในห้างแห่งหนึ่ง"พ.ต.อ.กรไชยกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท