
ดอลลาร์ 2015
ค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2014 ที่ผ่านมาต้องเรียกได้ว่าเป็นปีที่เงินสหรัฐ “แข็งปั๋ง” ครับ โดยปี 2014 นั้นค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นไปแล้วประมาณ 10.5%
ค่าเงินเหรียญสหรัฐในปี 2014 ที่ผ่านมาต้องเรียกได้ว่าเป็นปีที่เงินสหรัฐ “แข็งปั๋ง” ครับ โดยปี 2014 นั้นค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นไปแล้วประมาณ 10.5%
เมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐแล้ว เงินสกุลหลักอื่นๆ ของโลกนั้นอ่อนยวบลงไปเกือบจะทั้งหมด โดยเงินเยนอ่อนตัวลงไป 10.3% ยูโร 9.2% และรูเบิ้ลนั้นหนักที่สุด ดิ่งลงไปมากกว่า53% แล้ว
ดังที่เรียนรับใช้ท่านผู้อ่านไปหลายครั้งว่าตลอดปี 2014 นั้นเป็นปีที่โลกเผชิญหน้ากับปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ การอ่อนตัวของราคาน้ำมัน และตลาดทองคำก็ไม่น่าสนใจต่อไป ทำให้เงินเหรียญสหรัฐนั้นถูกมองว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกานั้น ดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งกว่าใครเพื่อนครับ
สืบเนื่องต่อมายังปี 2015 นั้น คาดว่าปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกจะยังไม่จบสิ้น ประกอบกับสงครามราคาน้ำมันที่แข่งกันดิ่งเหว ก็ยังจะไม่น่าจะสิ้นสุดเช่นกัน แนวโน้มของค่าเงินเหรียญสหรัฐในปีแพะนั้น จึงมีโอกาสสูงที่จะแข็งค่าต่อไป
นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งอิทธิพลต่อเงินสหรัฐเช่นกัน อย่างประการแรก เขตเศรษฐกิจหลักๆ ของโลก ทั้งกลุ่มยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีน มีแนวโน้มและจะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ซึ่งจะทำให้ค่าเงินเหล่านี้อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเฉพาะญี่ปุ่นนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกดให้ค่าเงินเยนอ่อนตัวถือเป็นเป้าหมายหลักประการหนึ่งของนโยบายเศรษฐกิจแบบ “อาเบะโนมิกส์” ของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ทีเดียว
ขณะที่กลุ่มยูโรโซนนั้นมีแนวโน้มที่สูงมากเช่นกันที่จะเดินหน้าใช้มาตรการคิวอีด้วยการเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาเงินฝืดของภูมิภาค และก็มีแนวโน้มมากเช่นกันที่ผลข้างเคียงของนโยบายนี้จะทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวต่อไปในปีหน้า
ประการต่อมา คือ ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ที่น่าจะมีการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริงๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2008 การปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้จะดึงให้ทุนไหลกลับเข้าไปในสหรัฐอย่างแน่นอน และก็จะดันให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าต่อขึ้นไปด้วยเช่นกัน
สำหรับประเทศกำลังพัฒนา การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ และการอ่อนค่าของเงินสกุลท้องถิ่น อาจจะเอื้อประโยชน์ต่อภาคการส่งออก แต่กระนั้นก็ต้องพึงระมัดระวังอย่างสูงครับว่าการค้าโลกในปีหน้าน่าจะซบเซาต่อเนื่อง จากความเชื่องช้าทางเศรษฐกิจของหลายเขตเศรษฐกิจที่เป็นตลาดส่งออกหลัก
อีกทั้งสำหรับประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันก็อาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันโลกที่ถูกลงนัก เพราะการซื้อขายน้ำมันนั้นใช้เงินสกุลดอลลาร์เป็นหลักเท่านั้น







