posttoday
ร่างรธน.ระเบิดเวลาหลังปีใหม่

ร่างรธน.ระเบิดเวลาหลังปีใหม่

02 มกราคม 2558

เปิดศักราชแห่งการปฏิรูป ท่ามกลางการจับจ้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเวลานี้เริ่มเห็นเค้าลางความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในหลายประเด็น แถมอาจบานปลายกลายเป็นระเบิดเวลาสั่นคลอนกระบวนการปฏิรูป ลุกลามไปถึงเสถียรภาพรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เปิดศักราชแห่งการปฏิรูป ท่ามกลางการจับจ้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเวลานี้เริ่มเห็นเค้าลางความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในหลายประเด็น แถมอาจบานปลายกลายเป็นระเบิดเวลาสั่นคลอนกระบวนการปฏิรูป ลุกลามไปถึงเสถียรภาพรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เริ่มตั้งแต่ประเด็นแรกที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากที่สุด คือที่มาของนายกรัฐมนตรีซึ่งไม่ต้องมาจาก สส. ถึงขั้นถูกโจมตีว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลอง ขาดการยึดโยงกับประชาชน

มิหนำซ้ำยังอาจเป็นการเปิดช่องให้มือที่มองไม่เห็น กระโดดเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยความยินยอมพร้อมใจของเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร

แม้ทาง บวรศักดิ์อุวรรณโณ ในฐานะประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะออกมาชี้แจงว่าไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆ แต่การเปิดช่องให้คนนอกที่ไม่ใช่ สส.เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจากบทเรียนเมื่อวิกฤตการเมืองรอบที่ผ่านมาจนทุกอย่างชะงักงันไปหมด แถมงัดข้อมูลมาหักล้างว่ามีเพียง 26 ประเทศเท่านั้นที่เขียนล็อกให้นายกฯ ต้องเป็น สส.

แต่เสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด แถมจะเป็นชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านจนร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหาในที่สุด  

ประเด็นถัดมาคือ ระบบเลือกตั้งที่ว่ากันว่ามีต้นแบบจากเยอรมนี ปรับเปลี่่ยนมาลงตัวที่ จำนวน สส. 450 คน แบ่งเป็น สส.เขต 250 คน สส.สัดส่วน 200 คน

ปัญหาอยู่ตรงที่ระบบซึ่งผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอนจนตกผลึกรอบนี้ นำคะแนนเสียงจากระบบสัดส่วนมาเป็นฐานคำนวณกรอบภาพรวมด้วยเหตุผลป้องกันไม่ให้มีพรรคใดพรรคหนึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากเกินไป

แต่อีกด้านหนึ่งกลับมีเสียงคัดค้านว่าไม่สะท้อนกับเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ที่สำคัญอาจถูกมองได้ว่าเป็นการตัดตอนขั้วอำนาจเก่า จนมีเสียงต้านจากเพื่อไทย และหากไม่สามารถทำความเข้าใจในหลักการและเหตุผลได้อย่างชัดเจน ย่อมเกิดการต่อต้านได้ง่าย

ไม่ต่างจากประเด็นเรื่องปลดล็อกให้ สส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง ที่ด้านหนึ่งทำให้ สส.ไม่ถูกครอบงำจากพรรคการเมือง แต่อีกด้านหนึ่งย่อมทำให้ สส.อิสระไม่ต้องมาแบกรับผลของการกระทำที่อาจเกิดความเสียหายในอนาคต ต่างจากพรรคการเมืองที่แม้ผู้บริหารชุดเก่าจะลาออกไปแล้วก็ตามแต่พรรคการเมืองนั้นๆ ก็ยังคงต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่ทำให้เกิดกระแสซื้อเสียง สส.อิสระเหล่านี้ เพื่อมาสนับสนุนกฎหมาย หรือเพื่อร่วมผลักดันนโยบายที่รัฐบาลต้องการผลักดัน

ดังจะเห็นว่าเสียงสะท้อนจากพรรคการเมืองเริ่มออกมาดักคออันตรายที่จะเกิดขึ้น

แม้แต่ประเด็นเรื่องที่มา สว.ให้สรรหาทั้งหมด 200 คนนั้น ส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้ทับซ้อนกับระบบเลือกตั้ง สส. แต่ก็คงต้องไปว่ากันในอำนาจหน้าที่ของ สว.ว่าจะมีมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอำนาจการ “ถอดถอน” บุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นภาพรวมเกี่ยวกับการคานอำนาจ ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ให้เกิดความสมดุลที่สุด ไม่ให้เกิดปัญหาทั้งอำนาจเบ็ดเสร็จ การแทรกแซงอำนาจ ที่ขบกันอยู่ระหว่างบริหารและนิติบัญญัติ ไปจนถึงปัญหาเรื่องตุลาการภิวัฒน์ในช่วงที่ผ่านมา

มิหนำซ้ำยังมีประเด็นยิบย่อยที่ล้วนแต่เห็นแตกต่างกันจนอาจบานปลายไปสู่ความขัดแย้ง ทั้งเรื่อง บทเฉพาะกาล นิรโทษกรรม หรือประเด็นการเขียนเปิดช่องให้สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่ายหรือยากกว่าเดิม จากที่เคยเป็นปัญหาในอดีต ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนแต่เป็นประเด็นที่เปราะบาง

การร่างรัฐธรรมนูญต่อจากนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังในทุกขั้นตอน เพราะหากพลาดพลั้งย่อมส่งผลเสียหายต่อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและอนาคต คสช.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท