posttoday
ข้อเสนอ สปช.พลิกโฉมชาติ

ข้อเสนอ สปช.พลิกโฉมชาติ

02 มกราคม 2558

หลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เร่งยื่นข้อเสนอต่อกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นในเดือน ธ.ค. ปี 2557 ที่ผ่านมา ประชาชนได้สัมผัสกับโครงร่างโฉมหน้าใหม่ของประเทศไทย ภายใต้การขับเคลื่อนของ กมธ. ปฏิรูป 18 คณะใน สปช. ซึ่งหลายประเด็นเป็นเรื่องสำคัญที่จะพลิกโฉมหน้าประเทศไทยให้ก้าวไกลกว่านานาประเทศ

หลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เร่งยื่นข้อเสนอต่อกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นในเดือน ธ.ค. ปี 2557 ที่ผ่านมา ประชาชนได้สัมผัสกับโครงร่างโฉมหน้าใหม่ของประเทศไทย ภายใต้การขับเคลื่อนของ กมธ. ปฏิรูป 18 คณะใน สปช. ซึ่งหลายประเด็นเป็นเรื่องสำคัญที่จะพลิกโฉมหน้าประเทศไทยให้ก้าวไกลกว่านานาประเทศ

เริ่มจากข้อเสนอของ กมธ. ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เสนอให้มีการปฏิรูปตำรวจขนานใหญ่ “กระจายอำนาจตำรวจ” เป็นตำรวจส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น ลดการกุมอำนาจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พร้อมเพิ่มบทบาทประชาชนในการถอดถอน โยกย้าย และแต่งตั้งตำรวจ ทั้งนี้จะต้องมี “สภากิจการตำรวจแห่งชาติ” อันประกอบด้วย ส่วนราชการด้านความมั่นคง ส่วนราชการในกระบวนการยุติธรรม กรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้ทรงคุณวุฒิจากวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ในการแต่งตั้งโยกย้าย

ขณะที่ กมธ.ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น เสนอแนวทางที่สะเทือนวงการไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการเสนอให้มีการจัด “สภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ” ที่มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ประกอบด้วย ผู้แทนจากส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งทำหน้าที่สร้างระบบบริหารงาน เงิน คน ให้เหมาะสมกับท้องถิ่น นอกจากนั้นยังเสนอให้ระบุระยะเวลาในการโอนภารกิจของข้าราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้

ที่สำคัญที่สุด คือการเพิ่มอำนาจในการจัดเก็บภาษีของ อปท. คือ 1.รายได้ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น รัฐจะต้องจัดสรรคืนแก่ท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 60% และ 2.อปท.สามารถจัดเก็บภาษี กู้เงิน และหารายได้จากแหล่งอื่นด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ยังมีข้อเสนอของ กมธ.ปฏิรูปพลังงาน ที่มีสาระสำคัญในหลายประเด็น โดยเฉพาะการมุ่งเน้นให้รัฐส่งเสริมการผลิตและใช้พลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเพื่อใช้เองหรือจำหน่าย ซึ่งประเด็นดังกล่าวถูกผลักดันมาจากอนุ กมธ.ปฏิรูปพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และอนุรักษ์พลังงาน ที่ขับเคลื่อน เรื่อง “โซลาร์รูฟแบบเน็ตมิเตอร์” หรือการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการใช้ในอาคาร เพราะที่ผ่านมาติดอุปสรรคจากโครงสร้างและกฎหมายบางฉบับ      

“ควรเปิดเสรีให้กับประชาชนที่จะติดแผงโซลาร์ เพราะที่ผ่านมาจะต้องขออนุญาตจากกระทรวงพลังงาน แต่จากนี้เราจะอำนวยความสะดวกให้โดยไม่ต้องไปแจ้งต่อกระทรวง เรามีแนวคิดว่าเมื่อติดแผงเสร็จจะใช้ภายในบ้านก่อน เมื่อไฟฟ้าเหลือจึงขายให้กับการไฟฟ้าในราคาที่ตกลงกัน โดยเบื้องต้นประชาชนมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง 1-2 แสนบาทเท่านั้น” ดุสิต เครืองามรอง อนุ กมธ.ปฏิรูปพลังงานทดแทนฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการยื่นข้อเสนอต่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ สปช.มีนัดประชุมใหญ่อีกครั้ง ในวันที่ 5 ธ.ค. เพื่อผลักอันวาระนี้ให้เป็นหนึ่งในของขวัญปีใหม่ ที่ สปช.มอบให้ประชาชนไทย ซึ่งถือเป็นวาระเร่งด่วนในการปฏิรูป (Quick Win)

อีกด้านหนึ่งยังมีข้อเสนอของ กมธ. ปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ที่เสนอให้ขยายขอบเขตการคุ้มครองประชาชนในรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุว่า “ประชาชนที่อาศัยในประเทศไทย ไม่ว่าเหล่ากำเนิด สีผิว เพศสภาพ ภาษา ชาติพันธุ์ สัญชาติหรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญเสมอกัน” ข้อความดังกล่าวจะส่งผลต่อ “บุคคล” ทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยไม่เว้นแม้แต่แรงงานข้ามชาติ กระทั่งถูกเพื่อนสมาชิก สปช.ทัดทานให้ออกแบบระบบการจัดเก็บภาษีและสวัสดิการที่จะต้องปฏิรูปตาม

ทั้งหมดนี้จะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใดอีกไม่นานจะได้รู้กัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท