posttoday
ถึงเวลาเจอของจริง บทพิสูจน์ ‘ประยุทธ์’

ถึงเวลาเจอของจริง บทพิสูจน์ ‘ประยุทธ์’

01 มกราคม 2558

ปี 2557 ผ่านไป ปี 2558 เข้ามา ต้องยอมรับการเมืองในปีที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย ไล่มาตั้งแต่การชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่ชุมนุมต่อเนื่องจากปี 2556-2557 มาจนถึงความวุ่นวายระหว่างการจัดการเลือกตั้งช่วง ก.พ. 2557 ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้เป็นโมฆะ และทุกอย่างก็จบลงตรงที่การรัฐประหารในวันที่ 22 พ.ค. 2557

ปี 2557 ผ่านไป ปี 2558 เข้ามา ต้องยอมรับการเมืองในปีที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมาย ไล่มาตั้งแต่การชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่ชุมนุมต่อเนื่องจากปี 2556-2557 มาจนถึงความวุ่นวายระหว่างการจัดการเลือกตั้งช่วง ก.พ. 2557 ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้เป็นโมฆะ และทุกอย่างก็จบลงตรงที่การรัฐประหารในวันที่ 22 พ.ค. 2557

ตลอดปี 2557 แม้ความวุ่นวายและความรุนแรงในทางการเมืองจะจบลงด้วยอำนาจของการรััฐประหาร แต่แท้จริงแล้ววันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่มากกว่า ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ว่านั้น คือ การปฏิรูปประเทศ

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถูกตั้งความหวังไว้ค่อนข้างมากว่าการรัฐประหารในครั้งนี้จะไม่เสียของเหมือนเมื่อปี 2549 ที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งจะว่าไปแล้ว คสช.เองก็ได้นำเอาอดีตมาเป็นบทเรียนด้วย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยตัวเองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร จากเดิมที่ปี 2549 คมช.เลือกให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี มาเป็นหัวหน้ารัฐบาล

ทั้งนี้ การเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ถือว่าแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด ช่วยให้การบริิหารราชการแผ่นดินมีความคล่องตัวและเบ็ดเสร็จมากยิ่งขึ้น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้ารัฐบาลคุมส่วนราชการทั่วประเทศ และมีอำนาจในสถานะหัวหน้า คสช.ที่ควบคุมหน่วยงานความมั่นคง ประกอบกับยังมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 44 ที่ให้หัวหน้า คสช.แบบครอบจักรวาล

ที่สำคัญการคงประกาศกฎอัยการศึกเอาไว้ ในแบบที่ไม่ได้บังคับใช้เข้มงวด 100% ก็มีส่วนช่วยให้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านไม่สามารถปรากฏออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน จะมีบางกรณีที่กลุ่มต่อต้านได้เดินเกมใต้ดินผ่านช่องทางเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถเขย่าเสถียรภาพของรัฐบาลได้

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะมีความมั่นคง เพราะถึงอย่างไรเสียก็คงไม่อาจมีกลุ่มการเมืองไหนที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้ต้องล้มไปได้ แต่ในปี 2558 จะเป็นช่วงเวลาพิสูจน์ผลงานของรัฐบาลอย่างแท้จริง

การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาหนึ่งที่หลายฝ่ายอยากเห็นรัฐบาลเข้ามาเป็นผู้นำในการปราบปราม และวางรากฐานให้การแก้ไขเรื่องนี้เกิดความยั่งยืน แต่จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่ดำเนินการเสนอแก้ไขกฎหมายมายังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและการตรวจสอบ มีเพียงการเสนอกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีสาระสำคัญแค่การเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้กับ ป.ป.ช.เท่านั้น ซึ่งไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างทั้งระบบ

ถ้าในปีนี้รัฐบาลยังไม่เน้นมาตรการทางนิติบัญญัติในเชิงรุก ไม่เร่งส่งกฎหมายให้ สนช.ปั๊มออกมาตั้งแต่เนิ่นๆ อาจทำให้กฎหมายที่ดีๆ ที่ควรออกมาไม่สามารถดำเนินการได้ทัน

อีกเรื่องที่เป็นปัญหาที่รอให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไข คือ ปัญหาเศรษฐกิจ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะซบเซาพอสมควร ส่วนหนึ่งเป็นไปตามภาวะของเศรษฐกิจโลกที่มีปัญหากันถ้วนหน้า ผนวกกับปัญหาการเมืองในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศยังโงหัวไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่

ในปี 2558 รัฐบาลและ คสช.ก็ตั้งความหวังไว้ว่าเศรษฐกิจของประเทศน่าจะดีขึ้นจากปัจจัยการเดินหน้าตามพิมพ์เขียวสู่การเลือกตั้งในปี 2559 ซึ่งคงจะสร้างความเชื่อมั่นได้พอสมควร แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่รัฐบาลหวังว่าจะเป็นตัวช่วยอาจจะเป็นแค่มโนภาพเท่านั้น โดยมีปัญหามาจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงน่าเป็นห่วงตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย

หนี้ครัวเรือนท่ี่สูงย่อมหมายถึงตัวสะท้อนปัญหาค่าครองชีพและการมีเงินไม่พอใช้ของคนในประเทศ เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะมองข้ามไม่ได้ เพราะเสถียรภาพของรัฐบาลย่อมผูกกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วย และคงไร้ประโยชน์ถ้ารัฐบาลคืนความสุขให้ประชาชน แต่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังกินไม่อิ่ม

ที่สุดแล้วการมีรัฐธรรมนูญที่สวยหรูคงไม่ใช่คำตอบของการปฏิรูปประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท