
คลังเห็นใจคนมีบ้านเว้นภาษีกลุ่ม3ล้าน
ลดภาษีบ้านอยู่อาศัย สั่งขยายราคาได้เว้นภาษี จาก 1 ล้านบาท เป็น 2-3 ล้านบาท
ลดภาษีบ้านอยู่อาศัย สั่งขยายราคาได้เว้นภาษี จาก 1 ล้านบาท เป็น 2-3 ล้านบาท
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย รมว.คลัง ได้เห็นชอบในหลักการ แต่ได้ให้ สศค.ไปหาข้อสรุปบางประเด็นเพิ่มเติม เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเดือน ม.ค. 2558
ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องหาเพิ่มเติม คือ รูปแบบการจัดเก็บ หน่วยงานที่จะเป็นผู้จัดเก็บ รวมทั้งการประเมินราคาที่ดินรายแปลงให้ครบ 23 ล้านบาท ที่กรมธนารักษ์ยืนยันว่าจะประเมินได้ครบภายใน 1 ปีครึ่งนับจากนี้
ด้านอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินได้กำหนดเพดานไว้ 3 อัตรา คือ ที่ดินเพื่อการเกษตร 0.5% ที่ดินทั่วไป 1% และที่ดินรกร้างว่างเปล่า 4% แต่อัตราการจัดเก็บจริงจะมีคณะกรรมการตามกฎหมายพิจารณาให้เหมาะสมอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม มีผู้ไม่เห็นด้วยกับเพดานอัตราที่ดินรกร้างว่างเปล่า โดยเห็นว่า 4% ของราคาประเมินนั้นสูงเกินไป ขณะที่ร่างกฎหมายเดิม 2% เป็นอัตราที่รับได้ แม้จะจัดเก็บเต็มเพดาน
นอกจากนี้ สศค.อยู่ระหว่างปรับปรุงการยกเว้นภาษีที่ดินบ้านอยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่แท้จริงในปัจจุบันมากขึ้น จากที่เคยคิดว่าจะยกเว้นให้กับบ้านที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท แต่บ้านในเมืองราคาดังกล่าวหาได้ยาก จึงจะมีการปรับราคาบ้านที่ได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเป็น 2 หรือ 3 ล้านบาท และเก็บแบบอัตราก้าวหน้า คือ ในส่วนของ 1 ล้านบาทแรก จะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ล้านที่ 2 หรือ 3 ต้องเสียภาษี
สำหรับการยกเว้นภาษีที่ดินโดยการกำหนดราคาที่จะได้รับการยกเว้นนั้น จะเป็นธรรมมากกว่าการกำหนดพื้นที่ เพราะพื้นที่ที่เท่ากันจะมีราคาที่แตกต่างกัน เช่น การยกเว้นภาษีให้เจ้าของที่ดินพื้นที่ 100 ตารางวา ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ที่ดินดังกล่าวอาจมีราคาเป็นร้อยล้านบาท แต่ในต่างจังหวัดราคาอาจจะหลักหมื่นหรือแสนบาท แต่ได้รับการยกเว้นภาษีเหมือนกัน ซึ่งไม่เป็นธรรม เพราะผู้ที่มีมากก็ควรจ่ายภาษีมากกว่า
รมว.คลัง ประเมินว่า การเปลี่ยนมาเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะทำให้เก็บภาษีได้เพิ่ม 5-6 หมื่นล้านบาท







