posttoday
"พิชัย"ประเมินศก.ไทยปี58ไม่สดใส

"พิชัย"ประเมินศก.ไทยปี58ไม่สดใส

01 มกราคม 2558

"พิชัย"ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2558 ไม่สดใส และอาจซึมยาว เหตุจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี

"พิชัย"ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2558 ไม่สดใส และอาจซึมยาว เหตุจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี

เมื่อวันที่ 1 ม.ค. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2558 ของประเทศไทยน่าจะไม่สดใสนัก ทั้งนี้เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี การที่เศรษฐกิจของประเทศไทยมีขนาดเล็กและเป็นเศรษฐกิจเปิด ทำให้ไทยต้องพึ่งต่างกระเทศสูง และเมื่อพิจารณากลจักรที่จะขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของไทยในแต่ละกลจักรจะพบดังนี้

กลจักรที่1) การส่งออก การส่งออกที่มีสัดส่วนถึง 70% ของจีดีพี ไม่น่าจะขยายตัวมากนักในปี 2558 ทั้งๆที่การส่งออกปี 2557 จะขยายตัวติดลบ ทั้งนี้เพราะประเทศไทยจะถูกตัดจีเอสพีจากประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (อียู) และอียูไม่ยอมเจรจาเขตการค้าเสรีกับไทย ทั้งนี้เพราะในปัจจุบันประเทศไทยไม่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก นอกจากนี้ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในประเทศรัสเซีย จะทำให้เศรษฐกิจอียูที่แย่อยู่แล้ว แย่ลงไปอีกทำให้การส่งออกไปอียูลดลงเพิ่มเติม และการส่งออกไปอเมริกาก็อาจจะถูกกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้นในขณะที่จีนมีการเจริญเติบโตลดลง และเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังก็ยังไม่ฟื้น ดังนั้นด้วยปัจจัยทั้งหมด การส่งออกของไทยในปี 2558 จึงไม่น่าจะขยายได้มากนัก

กลจักรที่2) การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของไทยปีละกว่าล้านล้านบาท ปรากฏว่าจำนวนนักท่องเที่ยวตกลงมากถึง 7-8% ในปี 2557 แทนที่จะขยายตัวตามแผน และในปี 2558 ก็ไม่น่าจะดีนัก เนื่องจากการการที่ไหยยังคงกฏอัยการศึก ทำให้ประกันภัยไม่คุ้มครอง นักท่องเที่ยวที่มีฐานะดีและนักท่องเที่ยวไมซ์ที่มาในการประชุมสัมมนาของบริษัทที่ใช้จ่ายสูงจะไม่เดินทางมา ประกอบกับวิกฤตการณ์ในร้สเซียจะทำให้นักท่องเที่ยวจากรัสเซียปี 2556 ที่มาไทยประมาณ 1.7 ล้านคน และนับเป็นอันดับสามรองจากจีนและมาเลเซียต้องลดลงมาก ดังนั้นรายได้จากการท่องเที่ยวก็ไม่น่าจะเพิ่มขึ้นมาก นักท่องเที่ยวที่หายไปส่วนใหญ่จะเป็นักท่องเที่ยวที่ฐานะดีมีการใช้จ่ายสูงที่ไม่อยากเสี่ยงกับภาวะการณ์ที่ไม่ปกติของไทย ดังนั้นรายได้จะหายไป มากกว่าที่ประเมินไว้มาก

กลจักรที่ 3) การลงทุนจากต่างประเทศน่าจะลดลง เห็นได้จากยอดการส่งเสริมการลงทุนในปี 2557 ที่ลดลงเหลือเพียง 7 แสนล้านบาทจากปี 2556 ที่มียอดประมาณ 1 ล้านล้านบาท และปี58 ก็อาจจะน้อยลง ทั้งนี้เพราะภาวะการเมืองที่ไม่มั่นคง การมีข่าวจะเปลี่ยนกฏหมายการทำธุรกิจต่างด้าวก่อนหน้านี้ อีกทั้งหลายบริษัทต่างประเทศที่คาดหวังจะมาลงทุนในไทยเพื่อได้สิทธิจีเอสพีได้ย้ายการลงทุนไปประเทศอื่นที่ไม่ถูกตัดสิทธิ์แล้ว

กลจักรที่ 4) การบริโภคภายในประเทศ ยังคงมีแนวโน้มที่ลดลง เนื่องจากราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำเช่น ยางพารา ข้าว อ้อย ทำให้เกษตรกรมีรายได้น้อย การจับจ่ายใช้สอยก็น้อยไปด้วย คนชั้นกลางรายได้ก็น้อยลงจากภาวะเศรษฐกิจ ส่วนคนที่มีรายได้สูงและมีฐานะดีก็มัวแต่ห่วงเรื่องการโยกย้ายทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีมรดกที่กำลังจะออกมา ทำให้ไม่มีใจในการจับจ่ายใช้สอยมากนัก จึงทำให้การบริโภคโดยรวมยังไม่ดี

กลจักรที่ 5) การใข้จ่ายภาครัฐที่หวังกันว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะรัฐบาลมีแผนงานจะดำเนินการเมกกะโปรเจคที่รัฐบาลเพื่อไทยทำไว้ แต่ความจริงคือประสิทธิภาพในการเร่งดำเนินโครงการอาจจะไม่เร็วเท่าที่ควร ถึงแม้จะมีประสิทธิภาพการดำเนินการอย่างเต็มที่ กว่าเงินจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ก็ต้องใช้เวลานานเช่นกัน และการที่จะคาดหวังว่าจะนำการใช้จ่ายภาครัฐเข้ามาทดแทนรายได้ส่วนอื่นที่หายไปนั้นก็คงจะไม่เพียงพอที่จะทดแทนได้

"เศรษฐกิจในปี 2558 จะเป็นอีกปีหนึ่งที่จะมีเศรษฐกิจซบเซา โดยไทยอาจจะเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตต่ำสุดในอาเซียนเป็นปีที่ 3 ติดกัน ซึ่งหากปล่อยให้เป็นอย่างนี้นานๆ ประเทศเพื่อนบ้านก็จะพัฒนาทันไทยและก้าวหน้ากว่าไทยได้ในอนาคต"นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการคือ การที่เศรษฐกิจไทยขึ้นกับต่างประเทศสูงเป็นสัดส่วนเกือบ 100% ของ จีดีพี ดังนั้นไทยจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศอย่างเร่งด่วน วิธีที่สร้างความมั่นใจที่ดีที่สุดคือการจะต้องกลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว ยิ่งมีการเลือกตั้งเร็วเท่าไหร่ เศรษฐกิจไทยก็จะฟื้นตัวเร็วเท่านั้น และเมื่อกำหนดวันเลือกตั้งได้แน่นอนได้แล้ว ก็ควรจะยกเลิกกฏอัยการศึกที่เป็นตัวถ่วงปัญหาการท่องเที่ยวและการลงทุนอยู่ในตอนนี้ นอกจากนี้การคิดนโยบายใดก็ควรจะไปในทิศทางเดียวกันไม่ใช่จะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย และก็จะเก็บภาษีและขึ้นภาษีหลายชนิดซึ่งเป็นเหมือนการถ่วงเศรษฐกิจไปด้วยคล้ายกันกับการเหยียบคันเร่งพร้อมเหยียบเบรคที่จะทำให้ไม่ไปไหน เหมือนที่ได้เคยเตือนแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท