
ไม่เป่าโดนปรับ2หมื่น
เริ่มแล้วให้อำนาจตำรวจสั่งผู้ขับเป่าเช็กแอลกอฮอล์ ใครขัดขืนเจอปรับ 1-2 หมื่นบาท
เริ่มแล้วให้อำนาจตำรวจสั่งผู้ขับเป่าเช็กแอลกอฮอล์ ใครขัดขืนเจอปรับ 1-2 หมื่นบาท
ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) กองบังคับการตำรวจจราจร ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาได้มีการแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก และได้ประกาศใช้แล้ว ประเด็นสำคัญคือ ให้อำนาจพนักงานจราจรสั่งให้ผู้ขับขี่หยุดรถ เมื่อเห็นว่ามีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าเสี่ยงเมาสุรา หรือขับรถในขณะหย่อนความสามารถ
ทั้งนี้ เจ้าพนักงานจราจรสามารถสั่งให้ผู้ขับขี่ขับรถเข้าช่องทางที่มีกรวยวางตั้งไว้ให้ไขกระจกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ยื่นอุปกรณ์เข้าไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ในรถได้ หรือเรียกให้ผู้ขับขี่เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ หากผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเมาสุรา เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุราได้
สำหรับบทลงโทษหากมีการฝ่าฝืนตามกฎหมายใหม่ กรณีผู้ขับขี่ปฏิเสธให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานในการทดสอบ เดิมปรับครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท กรณียินยอมให้ทดสอบแต่พบว่าเมาสุราขณะขับรถ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่กฎหมายใหม่ได้ปรับเพิ่มความเข้มงวดในการเอาผิดทางกฎหมาย โดยกรณีไม่ยินยอมให้ทดสอบ ให้สันนิษฐานว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าเมาไว้ก่อน จะมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 1-2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยว่า การแก้ไขกฎหมายนี้เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นบนท้องถนน หากประชาชนไม่ได้ดื่ม ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวการตรวจวัดแอลกอฮอล์







