
ของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนอยากได้
ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ผมขอเปรยดังๆ แทนประชาชนส่วนหนึ่งที่เกาะติดการปฏิรูปอยู่ทั่วประเทศ เผื่อว่ารัฐบาล คสช.ที่กำลังเตรียมของขวัญสำหรับประชาชนจะได้ยิน
ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ผมขอเปรยดังๆ แทนประชาชนส่วนหนึ่งที่เกาะติดการปฏิรูปอยู่ทั่วประเทศ เผื่อว่ารัฐบาล คสช.ที่กำลังเตรียมของขวัญสำหรับประชาชนจะได้ยิน
1.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
กอช.เป็นของขวัญที่มีค่ามากสำหรับประชากรวัยแรงงานทั่วไป เป็นกลไกเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและสร้างระบบการออมเพื่อการดำรงชีพยามชราแก่ประชาชนโดยรวม รัฐบาลเพียงประกาศเดินหน้าบังคับใช้ พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 ที่ถูกระงับยับยั้งมาหลายปีเท่านั้น ก็จะได้ใจผู้คนทั้งประเทศ
2.พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร
กฎหมายเชิงปฏิรูปฉบับนี้ นับเป็นของขวัญที่มีค่าสำหรับคนยากจนที่ไม่มีที่ดินทำกินจำนวน 1.5 ล้านครอบครัว โดยหลักการแล้วทรัพยากรธรรมชาติเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน รัฐต้องกระจายอำนาจการจัดการสู่ชุมชนท้องถิ่น พร้อมทั้งจัดให้มีกลไกเพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยมีมาตรการต่างๆ หนุนเสริมอย่างเป็นระบบ เช่นธนาคารที่ดิน โฉนดชุมชน ภาษีอัตราก้าวหน้า
3.ระบบสลากกินแบ่งเพื่อสังคมปัญหาลอตเตอรี่เกินราคา เสือนอนกินและคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องเรื้อรังที่ในภาวะปกติไม่มีรัฐบาลใดสามารถทำได้ เพราะไม่มีอำนาจเด็ดขาด ไม่มีความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์เพียงพอในเรื่องนี้ การแก้ปัญหานี้ได้จะเป็นของขวัญที่เสริมสร้างกำลังใจคนไทยและความเชื่อมั่นสำหรับผู้บริโภคนับสิบล้านคนที่จำยอมซื้อสลากเกินราคา งวดละ 70 ล้านฉบับ วิธีการก็เพียงยกเลิกระบบยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว จัดระบบขึ้นทะเบียนผู้ค้ารายย่อยและกระจายสลากถึงมือโดยตรงในราคาที่เขามีกำไร จากนั้นก็ปฏิรูประบบสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยการออก พ.ร.บ.สลากเพื่อสังคม ตามข้อเสนอของเครือข่ายภาคประชาสังคม
4.กองทุนสื่อสร้างสรรค์
กองทุนสื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือสนับสนุนการผลิตและเผยแพร่รายการสาระบันเทิง ข่าวสารและการศึกษาเรียนรู้ของสังคม ถือเป็นของขวัญที่เครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครอง 20 ล้านครอบครัวอยากได้ เพราะกองทุนสามารถส่งเสริมสื่อดีสำหรับเด็กและเยาวชนให้มีที่ยืน โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินทุนจากพ่อค้าและนักการเมือง ส่งเสริมประชาชนในฐานะผู้บริโภคและผู้ใช้สื่อให้มีความรู้เท่าทันสื่อ รู้จักป้องกันตนเองจากผลกระทบสื่อทางลบ และใช้ประโยชน์จากสื่อได้เต็มที่
รัฐบาลและ สนช.ควรเร่งรัดการออกกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนสื่อสร้างสรรค์ ที่ค้างอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติให้แล้วเสร็จ
5.พ.ร.บ.การโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐ
เพื่อปิดรูรั่วไม่ให้นักการเมืองและข้าราชการใช้งบประมาณสาธารณะไปโฆษณาตัวเอง เป็นการประหยัดงบประมาณโฆษณาและจัดอีเวนต์ที่เหลวแหลกของนักการเมืองและหน่วยงานรัฐ จำนวนปีละ 2 หมื่นล้านบาท เพียงแค่ออกกฎหมาย (ร่าง) พ.ร.บ.การโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ตามที่เครือข่ายสื่อมวลชนและคณะกรรมาธิการปฏิรูปสื่อเสนอ ถ้าทำได้จะเป็นของขวัญสำหรับข้าราชการและประชาชนที่ทนไม่ได้กับพฤติกรรมล้างผลาญงบประมาณแผ่นดิน
6.พ.ร.บ.สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน
นี่ก็เป็นของขวัญอีกชิ้นสำหรับครอบครัวชนชั้นกลาง ชุมชนท้องถิ่นที่มีศักยภาพ สถานประกอบการ และนักลงทุนรายย่อยนับล้านรายที่ตื่นตัวต่อปัญหาพลังงานและสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนประชาชนจากผู้บริโภคไปเป็นผู้ร่วมผลิตพลังงาน เพียงแค่รัฐบาลและ สนช.ร่วมกันออกกฎหมายฉบับนี้ และแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ สามารถรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากประชาชนและผู้ผลิตเอกชนรายย่อยได้ ในราคาที่เป็นธรรมและสมเหตุสมผล
7.องค์การมหาชนเพื่อพัฒนาชุมชนชายแดนใต้
ปัญหาไฟใต้ที่โหมกระพือมาครบสิบปี ได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตประชาชนกว่าหมื่นคน และใช้เงินงบประมาณไปแล้วมากกว่า 2.5 แสนล้านบาทเพื่อการนี้ จำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์กรแบบกึ่งราชการ ที่สามารถดำเนินงานสนับสนุนการพัฒนาของภาคประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกลไกขับเคลื่อนและเติมเต็มภารกิจงานพัฒนาของหน่วยราชการ
8.พ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ
คุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล เป็นเรื่องสำคัญสูงสุดเรื่องหนึ่งของระบบบริหารราชการแผ่นดิน เป็นปัจจัยของความอ่อนแอของราชการไทย ความเสื่อมทรามของสังคมในด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล คือต้นตอของปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและทุจริตคอร์รัปชั่น
รัฐบาลและกลไกอำนาจรัฐทั้งห้าของ คสช. ควรร่วมกันประกาศความมุ่งมั่นเป็นวาระแห่งชาติที่จะรวมพลังผู้คนทั้งสังคมไทย นำพาประเทศให้หลุดพ้นจากวิกฤตคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ให้เห็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม
9.พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า
รัฐบาลควรประกาศนโยบายป้องกันการผูกขาดทางการค้า สร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจด้วยการผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ตามข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายและเครือข่ายปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
10.องค์กรอิสระด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
เพื่อให้มีองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระ อันประกอบด้วยตัวแทนผู้บริโภค ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์แห่งชาติ เพื่อให้สิทธิผู้บริโภคได้รับการคุ้มครอง รัฐบาลและ สนช.ควรผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.องค์กรอิสระด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ภายใน 6 เดือน







