
"บิ๊กตู่"กำชับดูแลปชช.ช่วงปีใหม่แก้น้ำท่วมใต้
นายกฯสั่งการทุกหน่วยดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ กำชับเร่งแก้น้ำท่วมภาคใต้
นายกฯสั่งการทุกหน่วยดูแลประชาชนช่วงปีใหม่ กำชับเร่งแก้น้ำท่วมภาคใต้ พร้อมช่วยฟิลิปปินส์มาเลเซีย
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งสุดท้ายของปี มีผู้เข้าร่วมประชุมครบทุกคน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายสั่งการกำชับให้ทุกหน่วยงานกำกับดูแลข้าราชการของแต่ละกระทรวงให้ดำเนินการตามมาตรการดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงปีใหม่ ทั้งยังกำชับให้ทุกหัวหน้าส่วนราชการต้องสามารถติดต่อได้ ในยามเกิดเหตุเกิดการณ์จำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้ นายกฯ ยังระบุว่า มาตรการการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงปีใหม่ทั้งหมดนี้ ปัจจัยสำคัญก็ขึ้นอยู่กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นสำคัญด้วย ถ้าเมาต้องไม่ขับ เพื่อความปลอดภัยแก่ตัวเองและเพื่อไม่ให้ผู้ร่วมท้องถนนได้รับความเดือดร้อน
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้ขอบคุณ ครม. และข้าราชการ ทุกคน ที่ช่วยกันทำให้ผลงาน 3 เดือน ของรัฐบาลสัมฤทธิ์ผล ตามที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน และขณะเดียวกันก็ขอให้ ครม.และข้าราชการช่วยกันประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารการดำเนินงานของรัฐบาลให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในทางเศรษฐกิจ ตลอดจนถึงแนวทางการลดความเหลื่อมล้ำ การดำเนินการปฏิรูป ร่วมกันมากขึ้น ว่า รัฐบาลได้เดินหน้าจริงและไปถึงขั้นไหนแล้วบ้าง แต่ต้องไม่ใช่ลักษณะของการโฆษณา ส่วนยุทธศาสตร์การดำเนินงานของรัฐบาลในปี 2558 ก็เป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยระบุไว้ว่า ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ประเทศชาติยั่งยืน ซึ่งยุทธศาสตร์นี้จะใช้ต่อเนื่องไปอีก 5 ปี จนถึงปี 2563 ซึ่งการจะทำให้ยุทธศาสตร์สำเร็จได้ ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานราชการทุกภาคส่วนที่จะต้องปฏิบัติงานอย่างตั้งใจจริง บริสุทธิ์ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ 3 จังหวัด ชายแดนใต้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ให้ความสำคัญ เช่นเดียวกัน โดยกำชับให้ราชการทุกส่วนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่การระบายน้ำนั้นต้องทำอย่างรอบคอบ อย่าคิดแต่ระบายน้ำ แต่ต้องคิดถึงการเก็บน้ำเพื่อไว้ใช้ในหน้าแล้งด้วย ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบด้วยว่า ประเทศเราต้องช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ประเทศมาเลเซีย และประเทศฟิลิปปินส์ ที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วย ไม่ใช่ดูแลแต่ตัวเอง แต่ต้องช่วยประเทศเพื่อนบ้านให้เข้มแข็ง เพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนเข้มแข็งด้วย ส่วนกรณีที่ เครื่องบินพาณิชย์พร้อมผู้โดยสารกว่า 100 ราย สูญหาย พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยืนยันว่า ประเทศไทยก็พร้อมให้ความร่วมมือช่วยเหลือทุกกรณี และไม่อยากใช้คำว่าเสียใจ เพราะยังมีความหวังอยู่ แต่พล.อ.ประยุทธ์ขอใช้คำว่า ห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แทน
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่รำลึกครบรอบเหตุการณ์ สึนามิ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้เน้นย้ำว่า ต้องสร้างระบบป้องกันให้นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่มั่นใจ ต้องมีมาตรการซักซ้อมการเผชิญเหตุการณ์ให้เข้าใจ และต้องวางระบบเตือนภัยให้สามารถใช้ได้จริง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการซักซ้อมก็พบว่าใช้ได้ดี แต่ทุ่นตรวจวัดยังต้องซ่อมแซมบ่อยครั้ง เพราะได้รับการกระทบจากเรือและคลื่น จึงต้องมีการซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่การพบผู้นำประเทศต่างๆที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ก็แสดงความเห็นว่า กรณีการปักเขตแดนนั้นต้องทำอย่างจริงใจ พื้นที่ไหนมีความชัดเจนทั้งสองฝ่ายก็ให้ดำเนินการทันที แต่ถ้าที่ไหนยังไม่ชัดเจนก็ให้ยุดไว้ก่อน แล้วให้มาหารือถึงการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน เพื่อทำให้ประเทศเพื่อนบ้านไว้ใจ ลดความหวาดระแวงต่อกัน หันมาแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน จะไม่นำเส้นเขตแดนมาก่อให้เกิดความขัดแย้ง ส่วนความเข้าใจผิดของกองกำลังในพื้นที่ที่เมื่อเกิดขึ้นก็มักจะมีการปิดด่านชายแดนนั้น หากต่อไปมีปัญหามีความจำเป็นต้องปิดชายแดน ก็มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ในการตัดสินใจว่าปิดหรือไม่ ส่วนการสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษตามเมืองที่ติดชายแดนนั้น นายกฯก็ขอให้ทุกภาคส่วนต้องจัดเตรียมข้อมูลทางเศรษฐกิจให้พร้อม.







