
สายสืบสน.สายไหมรวบแก๊งตกพระ
ตำรวจสน.สายไหมจับกุมแก๊งตกพระหลังร่วมกันก่อเหตุหลอกเอาทรัพย์มาหลายครั้ง เลือกก่อเหตุตามป้ายรถประจำทาง
ตำรวจสน.สายไหมจับกุมแก๊งตกพระหลังร่วมกันก่อเหตุหลอกเอาทรัพย์มาหลายครั้ง เลือกก่อเหตุตามป้ายรถประจำทาง
เวลา 11.30 น. วันที่ 30 ธ.ค.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รองผบช.น.แถลง พ.ต.ท.สถิตย์ สังข์ประไพ รอง ผกก.สส.สน.สายไหม จับกุม น.ส.มะลิษา รอดเอี่ยม อายุ 35 ปี น.ส.วารินทร์ มะตัน อายุ 46 ปี น.ส.ยุพิน ภาคทรัพย์ อายุ 41 ปี และนายสมศักดิ์ โพธิ์เรือง อายุ 60ปี พร้อมของกลางพระสมเด็จ เนื้อผง (ใช้ก่อเหตุ) จำนวน 1องค์ ผ้าแมส (สำหรับคาดปิดอำพราง) จำนวน 1 ชิ้น รถยนต์นั่งสาธารณะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นลิโม่ สีเหลือง ทะเบียนทม 4645 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น กำไลทอง ฝังเพชร จำนวน 1 วง เครื่องคิดเลข จำนวน 1 เครื่อง ตั๋วจำนำ พระกรอบทอง ร้านทองรุ่งเรือง จำนวน 3 ใบ ตั๋วจำนำ โรงรับจำนำนาคนิเวส จำนวน 1 ใบ ใบรับจำนำ โทรศัพท์ มือถือ ร้านเลโม่ จำนวน 1 ใบ บัตรกดเงินสด (ATM) ธนาคารออมสิน จำนวน 1 ใบ โทรศัพท์ มือถือยี่ห้อโนเกีย (สีดำ,ฟ้า) จำนวน 2 เครื่อง โทรศัพท์ มือถือยี่ห้อไอโฟน สีดำจำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์ มือถือยี่ห้อซัมซุง สีดำ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์ มือถือยี่ห้อจีลีฟ สีขาว จำนวน 1 เครื่อง จับกุมได้ที่บริเวณป้ายรถประจำทาง ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีสาขาพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.40 น. บริเวณป้ายรถเมล์หน้า ร.พ.ภูมิพล ถ.พหลโยธิน (ขาเข้า) แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ขณะที่นางนันทา สุรัตน์ อายุ 63 ปี ผู้เสียหาย กำลังยืนอยู่ที่บริเวณป้ายรถประจำทางหน้ารพ.ภูมิพล น.ส.มะลิษา น.ส.ยุพิน น.ส.วารินทร์ ผู้ต้องหา รวมถึงนายมิตรชัย ไทยทวี ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี หลอกเอาทรัพย์สิน มี สร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น พระผงสุพรรณ จำนวน 1 องค์ มูลค่ารวมประมาณ 19,000 บาท ไป โดยน.ส.ยุพิน ทำทีเป็นนั่งร้องไห้ขอให้ผู้เสียหายช่วยเหลือ อ้างว่าตาป่วยหนักต้องการเงินรักษาจำนวน 300,000 บาท นำเอาพระสมเด็จเนื้อผงมาให้ผู้เสียหายดูเพื่อให้ผู้เสียหายไปขาย จากนั้นน.ส.มะลิษา ทำทีเดินเข้ามาบอกว่าพระดังกล่าวเป็นของจริงมีราคาแพงมาก อีกทั้งยังอ้างว่ารู้จัก เฮียฮ้อ เป็นเจ้าของร้านทองในห้างบิ๊กซี สาขาสะพานใหม่ ต่อมาน.ส.วารินทร์ ทำทีเดินเข้ามาแสดงความสงสาร จากนั้นจึงช่วยกันหลอกผู้เสียหายจนตกหลุมพรางขึ้นแท็กซี่ โดยนายมิตรชัย เป็นผู้ขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว จนผู้เสียหายยอมถอดสร้อยคอทรัพย์สินให้ผู้ต้องหาดังกล่าว เมื่อไปถึงที่ร้านทองดังกล่าวไม่พบชายคนดังกล่าวตามที่ถูกอ้างถึง จึงรู้ว่าถูกหลอกแล้วแจ้งความร้องทุกข์
สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่ากระทำผิดในลักษณะนี้มาแล้วรวมหลายครั้ง ตามสถานที่ต่างๆ โดยมีน.ส.มะลิษา เป็นหัวหน้าแก๊งจะเป็นผู้วางแผนเลือกเหยื่อ ทุกคนก็จะรู้หน้าที่ว่าจะพูดหลอกล่อ หรือหว่านล้อม ผู้เสียหาย แบบไหน ส่วนใหญ่จะลงมือหลอกเหยื่อที่เป็นหญิง ที่อยู่ตามป้ายรถประจำทางหน้า รพ. ห้างสรรพสินค้า สถานที่ที่มีคนสัญจรพลุกพล่านเหยื่อบางรายหลังจากถอดทรัพย์สินในตัวให้กับกลุ่มผู้ต้องหาหมดแล้วก็ยังพาไปเบิกเงินหรือกดเงินตามตู้เอทีเอ็ม ตามธนาคารเพิ่มให้อีก เนื่องจากหลงเชื่อว่าพระที่กลุ่มผู้ต้องหา นำมาให้ดูมีราคาแพงจริง การก่อเหตุแต่ละครั้งจะได้ทรัพย์สิน จำนวนหลักหมื่นถึงหลักล้านบาท หลังก่อเหตุแล้วจะหลบหนี โดยรถแท๊กซี่ ที่แก๊งเช่ามาจากอู่ต่างๆ ส่วนทรัพย์สินที่ได้มา น.ส.มะลิษา จะเป็นคนแบ่งให้แต่ละคน ส่วนนายสมศักดิ์ คนขับรถแท็กซี่ อ้างว่าพึ่งทราบเรื่องหลังจากที่ทำมา 4 ครั้ง ได้รับค่าจ้าง 1,000 บาท
จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทราบว่าร่วมกันก่อเหตุตกพระชิงทรัพย์ ฉ้อโกง ในลักษณะนี้ มาแล้วประมาณ 50 ครั้ง มีผู้เสียหายกว่า 30 ราย และก่อเหตุในพื้นที่ทั้งหมดกรุงเทพมหานครและปริมณฑลใน จ.นนทบุรี จ.สมุทรปราการ จ.สมุทรสาคร จ.ระยอง จ.ชลบุรี โดยน.ส.มะลิษา หัวหน้าแก๊งมีหมายจับจำนวน 9 หมายจับ น.ส.ยุพิน มีหมายจับจำนวน 11 หมายจับ และน.ส.วารินทร์ มีหมายจับจำนวน 9 หมายจับ ส่วนสาเหตุที่เรียกชื่อแก๊งคลองน้ำแก้วนั้น เนื่องมาจากอาศัยอยู่ที่ภายในซอยลาดพร้าว 42 ที่สมัยก่อนเป็นพื้นที่ในชุมชนเรียกชื่อว่าคลองน้ำแก้ว จึงได้ตั้งเป็นฉายาแก๊งดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง ก่อนนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสน.สายไหม พร้อมติดตามผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป







