posttoday
การสร้างรายได้และกระจายรายได้ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

การสร้างรายได้และกระจายรายได้ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

29 ธันวาคม 2557

มีอยู่หลายคำถามที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยและผู้เกี่ยวข้อง อยากจะทราบคำตอบเพื่อนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจและกำหนดนโยบายด้านการท่องเที่ยว หนึ่งคำถามคือ “การใช้จ่ายของผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถสร้างรายได้และกระจายรายได้ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างไร”

มีอยู่หลายคำถามที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยและผู้เกี่ยวข้อง อยากจะทราบคำตอบเพื่อนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจและกำหนดนโยบายด้านการท่องเที่ยว หนึ่งคำถามคือ “การใช้จ่ายของผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถสร้างรายได้และกระจายรายได้ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างไร”

ตามนิยามผู้เยี่ยมเยือนประกอบไปด้วยนักทัศนาจร (ไม่พักค้างคืน) และนักท่องเที่ยว (พักค้างคืน) อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประกอบด้วยสาขาบริการท่องเที่ยว 12 สาขา ตามระบบบัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยว (Tourism Satellite Accounts : TSA) ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานสากลที่ยอมรับขององค์การสหประชาชาติ รายการค่าใช้จ่ายของผู้เยี่ยมเยือนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแบ่งเป็น 12 รายการเช่นกัน

จาก “การสำรวจข้อมูลบัญชีประชาชาติด้านการท่องเที่ยวสำหรับประเทศไทยปี 2556” พบว่า มีอยู่ 4 รายการที่เป็น “ค่าใช้จ่ายหลัก” ที่ผู้เยี่ยมเยือนส่วนใหญ่มีการใช้จ่าย ได้แก่ 1) ค่าที่พัก 2) ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 3) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยรถยนต์ และ 4) ค่าของฝากและของที่ระลึก

ส่วนที่เหลืออีก 8 รายการเป็น “ค่าใช้จ่ายรอง” ที่ผู้เยี่ยมเยือนอาจเลือกที่จะไม่ใช้จ่าย ได้แก่ 1) ค่าโดยสารทางรถไฟ 2) ค่าโดยสารทางเรือ 3) ค่าโดยสารทางเครื่องบิน 4) ค่าอุปกรณ์เดินทางและท่องเที่ยว 5) ค่าบริการนำเที่ยวและบริการจอง6) ค่าบริการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 7) ค่าบริการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและนันทนาการ และ 8) ค่าบริการท่องเที่ยวอื่นๆ ในขณะที่จังหวัดที่ติดทะเล เช่น ตราด กระบี่ และภูเก็ต จะมีค่าใช้จ่ายทางเรือเป็นค่าใช้จ่ายหลักเพิ่มเข้ามาอีก 1 รายการ

การสำรวจเดียวกันนี้พบว่า พฤติกรรมและค่าใช้จ่าย/คน/วันของผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยและชาวต่างชาติจำแนกออกได้ 3 ระดับ คือ ค่าใช้จ่ายระดับต่ำ (Low-end) (กลุ่ม 10% ล่าง) ค่าใช้จ่ายระดับเฉลี่ย และค่าใช้จ่ายระดับสูง (High-end) (กลุ่ม 10% บน) นอกจากนี้ยังพบว่าภายใต้สถานการณ์ที่ผู้เยี่ยมเยือนมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำเท่ากับค่าใช้จ่ายหลักซึ่งเป็นการใช้จ่ายเฉพาะรายการจำเป็นนั้น จะสร้างรายรับด้านการท่องเที่ยวในขั้นต่ำสุด เพราะผู้เยี่ยมเยือนเกือบทั้งหมดมีการใช้จ่ายในรายการเหล่านี้อยู่แล้ว

แต่ในบางโอกาสผู้เยี่ยมเยือนบางกลุ่มมีค่าใช้จ่ายรองนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายหลัก เช่น ค่าเช่าอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ การเข้า ชมพิพิธภัณฑ์ การขี่ช้าง การนวดแผนโบราณ การใช้บริการสปา การเรียนศิลปะมวยไทย ฯลฯ ซึ่งพบว่า 51% ของผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมดมีค่าใช้จ่ายหลักและค่าใช้จ่ายรอง

โดยในส่วนนี้พบว่า 30% มีค่าใช้จ่ายรองในระดับต่ำ อีก 20% มีค่าใช้จ่ายรองในระดับเฉลี่ย และที่เหลืออีก 1% มีค่าใช้จ่ายรองในระดับสูง ผลการสำรวจสามารถประมาณการสัดส่วนรายรับจากการท่องเที่ยว (ตามรูปกราฟ) ในเชิงนโยบายจึงสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในระดับสูง ระดับเฉลี่ย และระดับต่ำ และบ่งชี้ว่า ถ้ามีมาตรการกระตุ้นให้ผู้เยี่ยมเยือนใช้จ่ายในรายการค่าใช้จ่ายรองได้เพิ่มขึ้นถึงระดับสูง เพียง 1% รายได้จากการท่องเที่ยวย่อมเพิ่มขึ้นได้อีกมากหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับกรณีขั้นต่ำ

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า กลุ่มรายการท่องเที่ยวที่เป็นค่าใช้จ่ายหลักนั้นได้พัฒนาไปอย่างมากแล้วในด้านรายได้จากการท่องเที่ยวเมื่อเทียบกับกลุ่มรายการท่องเที่ยวที่เป็นค่าใช้จ่ายรอง ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดตกอยู่ในรายการค่าใช้จ่ายหลักสูงถึง 72% 77% และ 96% ส่วนรายได้ที่ตกอยู่กับรายการค่าใช้จ่ายรองมีเพียง 28% 23% และ 4% ในสถานการณ์ต่ำ เฉลี่ย และสูง ตามลำดับ

ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะเห็นโอกาสอีกมาก ในการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวไทย โดยการพัฒนาสาขาบริการท่องเที่ยวรองที่เหลือทั้งหมดให้เชื่อมโยงกับการสร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เช่น การสร้างสรรค์กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การพัฒนาสินค้าและบริการจากการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การจัดกิจกรรมและงานเทศกาลเพื่อการท่องเที่ยว การพัฒนาเส้นทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว  ทั้งนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะแข่งขันได้ต้องมีการพัฒนามากขึ้นอีก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท