
พันธมิตรหมีขาว
บทบรรณาธิการของนิวยอร์กไทมส์ รายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เคยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากบรรดารัฐบาลในชาติตะวันตก ทว่าในขณะนี้ความขัดแย้งจากวิกฤตในยูเครน กลับทำให้กรุงมอสโกและชาติตะวันตกที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยต้องบาดหมางกัน ปูตินจึงหันหน้าไปหาพันธมิตรใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือท่านผู้นำคิมจองอึนแห่งเกาหลีเหนือ
บทบรรณาธิการของนิวยอร์กไทมส์ รายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เคยได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากบรรดารัฐบาลในชาติตะวันตก ทว่าในขณะนี้ความขัดแย้งจากวิกฤตในยูเครน กลับทำให้กรุงมอสโกและชาติตะวันตกที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยต้องบาดหมางกัน ปูตินจึงหันหน้าไปหาพันธมิตรใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือท่านผู้นำคิมจองอึนแห่งเกาหลีเหนือ
แม้ว่าสหรัฐจะกล่าวโทษเกาหลีเหนือว่าเป็นผู้แฮ็กระบบข้อมูลของบริษัทภาพยนตร์โซนี่ พิคเจอร์ส เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่นั่นก็ไม่ได้ยับยั้งประธานาธิบดีของแดนหมีขาวในการกระชับสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือเลย โดยปูตินได้เชิญชวนคิมมาร่วมงานครบรอบ 70 ปี ที่สหภาพโซเวียตมีชัยเหนือกองทัพนาซีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จะจัดขึ้นในปี 2015
ทางนิวยอร์กไทมส์แสดงทัศนะว่า รัสเซียให้ความสนใจกับแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เกาหลีเหนือมี และต้องการความช่วยเหลือจากเมืองโสมแดงในการสร้างท่อก๊าซผ่านเกาหลีเหนือไปยังเกาหลีใต้ ขณะที่เดียวกัน กรุงเปียงยางเองก็มองว่าหากเป็นมิตรกับรัสเซียแล้วจะช่วยลดการพึ่งพิงกับจีนไปได้บ้าง โดยเฉพาะในเรื่องอาหารและเชื้อเพลิง
อย่างไรก็ตาม การเป็นพันธมิตรกับเกาหลีเหนือนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากเศรษฐกิจที่ยังเป็นระบบที่สั่งการโดยตรงจากศูนย์กลาง แถมตัวผู้นำสูงสุดเองก็มีนิสัยที่ยากจะคาดเดา
นอกเหนือจากเกาหลีเหนือแล้ว ปูตินก็ไม่ลดหย่อนการเดินหน้าเชื่อมสัมพันธ์กับจีนและอินเดียไปพร้อมๆ กัน สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ากรุงมอสโกเร่งหาพันธมิตรรายใหม่เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ ในช่วงที่กลุ่มประเทศประชาธิปไตยต่างเร่งสร้างความกดดัน และเพิ่มอุปสรรคให้กับรัสเซีย จากการที่รัสเซียผนวกไครเมีย และให้การสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครน







