
"พีระศักดิ์"ยัน “คสช.” ไม่สืบทอดอำนาจแน่นอน
“รองปธ.สนช.” ยัน “คสช.” ไม่สืบทอดอำนาจแน่นอน แนะ สว.ควรมีทั้งเลือกตั้ง-สรรหา หนุนทำประชามติ
“รองปธ.สนช.” ยัน “คสช.” ไม่สืบทอดอำนาจแน่นอน แนะ สว.ควรมีทั้งเลือกตั้ง-สรรหา หนุนทำประชามติ
วันที่ 28 ธ.ค. ที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากส.ส. ว่า เรื่องนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติ เป็นเพียงข้อเสนอ กมธ.ยกร่างฯ และต้องนำเข้าให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณา พร้อมทั้งรับฟังความเห็นจากสนช. และประชาชนอีก ส่วนเสียงทักท้วงประเด็นดังกล่าว ตนคิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญ คือการปฏิรูปที่ต้องทำให้ดีขึ้น โดยการนำข้อดีและข้อเสียของรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา มาพิจารณา เชื่อว่าการปฏิรูปก็น่าจะดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการกำหนดให้นายกฯมาจากคนนอกได้ เป็นการเปิดช่องให้มีการสืบทอดอำนาจนั้น ยืนยันว่าจากการพบปะกับ คสช. มั่นใจว่า คณะ คสช. แต่ละคน จะไม่เล่นการเมืองต่อ ซึ่งข้อเสนอนี้คงเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาไม่ให้สภาพเดิมเกิดขึ้นอีก คือการนำมาใช้ในช่วงเวลาวิกฤตทางเมืองเท่านั้น อย่างไรก็ดี ตนและสนช.หลายคนเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องทำประชามติ และต้องออกเป็นกฎหมาย โดยเป็นหน้าที่ของ กมธ.ยกร่างฯ ที่ต้องเสนอให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือรัฐบาลดำเนินการ
นายพีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า การที่ กมธ.ยกร่างฯมีความเห็นให้หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข เข้ามาจัดการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นั้น คงเห็นว่าที่ผ่านมา กกต. มีบทบาทหน้าที่มากเกินไป และในการจัดการเลือกตั้ง กกต.ก็ใช้บุคลากรจากหน่วยงานอื่น ไม่ใช่บุคลากรจาก กกต. ซึ่งถ้าให้กกต.มีอำนาจหน้าที่มากเกินไปก็ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ จึงต้องแล้วแต่ กกต.ว่าจะรับหน้าที่อะไร ไม่ใช่รวมอำนาจอยู่ที่องค์กรเดียว ส่วนการเขียนรัฐธรรมนูญให้อำนาจหน้าที่ ส.ว.มากขึ้นนั้น ในฐานะที่ตนเป็นอดีตส.ว.เห็นว่า แล้วแต่เหตุผลของ กมธ.ยกร่างฯ ที่อาจเห็นว่าการให้มีส.ว.เลือกตั้งเข้ามาทั้งหมดอาจจะมีการครอบงำทางการเมืองมากเกินไป ส่วนตัวเห็นว่าควรมีทั้ง ส.ว.สรรหาและเลือกตั้ง เพื่อเป็นองค์ประกอบของ ส.ว.จะได้สะท้อนการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบบรัฐสภาเหมือนรัฐธรรมนูญปี 50







