posttoday
โครงสร้างรธน.ใหม่

โครงสร้างรธน.ใหม่

27 ธันวาคม 2557

ความเคลื่อนไหวการเมืองในรอบสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องยกให้กับการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)

ความเคลื่อนไหวการเมืองในรอบสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องยกให้กับการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากได้กำหนดหลักการใหม่เกี่ยวกับระบบการเมือง นักการเมืองและสถาบันการเมือง โดยมีสาระสำคัญดังนี้

เคาะสูตรเยอรมนีเลือกตั้ง สส.

ให้มี สส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 250 คน และระบบสัดส่วน 200 คน และกำหนดให้ สส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมือง ส่วนรูปแบบการเลือกตั้งจะใช้แบบ สส.สัดส่วนผสมคือ การคิดตามคะแนนจริงที่ประชาชนลงให้กับแต่ละพรรค และนำไปคำนวณกับการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อให้ได้จำนวน สส.ตามความต้องการของประชาชน เช่น หากพรรคการเมืองใดได้คะแนนของระบบสัดส่วน 10% เท่ากับจะได้จำนวน สส. 45 คน โดยถ้าพรรคนี้ได้ สส.แบ่งเขตไม่ถึง 45 คน ก็จะนำจำนวน สส.ระบบสัดส่วนมาเติมให้ได้ครบ 45 คน แต่ในทางกลับกันถ้าพรรคนี้ได้ สส.ระบบแบ่งเขตเกิน 45 คนแล้วก็จะไม่มีการเพิ่ม สส.จากระบบสัดส่วนให้อีก

ทั้งนี้ ระบบเลือกตั้งดังกล่าวทําให้คะแนนเสียงของฝ่ายข้างน้อยไม่เสียไป แต่มี สส.เข้าไปตามสัดส่วนของบัญชีรายชื่อ ที่สําคัญคือทําให้ไม่เกิดการกินรวบแบบเดิม รวมทั้งต้องกําหนดให้มีการนับคะแนนการไม่เลือกผู้ใด (Vote No) ด้วย และกําหนดให้ผู้ชนะเลือกตั้งต้องได้คะแนนเกินคะแนนที่ไม่เลือกผู้ใด เพื่อให้ประชาชนสามารถประท้วงการเลือกตั้งที่ตนไม่เห็นด้วยได้อย่างมีความหมาย

การหาเสียงด้วยการนำเสนอนโยบายของพรรคการเมืิองจะต้องระบุจํานวนเงินแผ่นดินที่ต้องใช้และระบุที่มาของรายได้ที่จะนํามาใช้ และหัวหน้าพรรคการเมืองที่มี สส.ลําดับที่ 1-4 ในสภาครั้งที่แล้วต้องขึ้นดีเบตในโทรทัศน์ก่อนวันลงคะแนนเสียงตามที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกําหนด

เปลี่ยนที่มา สว.แต่เพิ่มอำนาจ

คณะ กมธ.ยกร่างฯ สรุปให้มี สว.ได้ไม่เกิน 200 คน มีวาระดํารงตําแหน่ง 3 ปี และเป็นได้ไม่เกิน 2 วาระ ส่วนที่มาของ สว.ได้มีการเปลี่ยนจากการสรรหาและการเลือกตั้งทางตรงมาเป็นการเลือกโดยคำนึงถึงความหลากหลายอาชีพ ประกอบด้วย 1.ผู้เคยดํารงตําแหน่งสําคัญระดับสูงสุดของอํานาจทั้งสามในอดีต 2.ผู้เคยดํารงตําแหน่งระดับสูงในภาครัฐ 3.ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าองค์กรวิชาชีพที่มีกฎหมายรองรับ
4.ผู้ซึ่งมาจากการเลือกกันเองขององค์กรต่างๆ ตามจํานวนที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกําหนด อาทิ ผู้แทนสหกรณ์การเกษตร ผู้แทนสหภาพแรงงาน ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน และสมัชชาพลเมือง ผู้แทนอธิการบดีและประธานสภาอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน เป็นต้น

นอกจากนี้ วุฒิสภายังมีอำนาจตรวจสอบประวัติผู้ที่นายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีและตรวจสอบประวัติหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วน และเปิดเผยให้สาธารณะทราบ พร้อมกับสามารถเสนอกฎหมายได้ โดยเมื่อผ่านวุฒิสภาแล้วก็ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

นายกรัฐมนตรีไม่ต้องเป็น สส.

ส่วนเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรีที่เป็นที่จับตามองว่าจะเป็นไปในรูปแบบใด ที่ีสุดแล้วปรากฏว่าคณะ กมธ.ยกร่างฯ มีข้อสรุปให้นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นจะต้องเป็น สส. แต่ต้องผ่านการลงมติของสภาผู้แทนราษฎร และให้ประธานสภาฯ เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

คณะ กมธ.ยกร่างฯ ชี้แจงเหตุผลถึงกำหนดให้นายกรัฐมนตรีจะเป็นหรือไม่เป็น สส.ก็ได้ว่า ในภาวะวิกฤตจะสามารถนําคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของ สส.มาเป็นผู้แก้ภาวะวิกฤตชั่วคราวได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ โดยวิถีทางที่ไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่คิดว่าในภาวะปกติผู้เป็นนายกรัฐมนตรีย่อมต้องมาจาก สส.

ในประเด็นนี้ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะ กมธ.ยกร่างฯ ยืนยันว่า ไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นที่จะเอาใครเข้ามาเป็นอะไรทั้งสิ้น เพราะเราต้องดูภูมิสังคม หลักการสากล ซึ่งประเทศที่ปกครองด้วยระบบรัฐสภามีถึง 70 ประเทศ ที่ไม่ได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็น สส.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท