
กองทุนไทย
ได้ยินมาว่า เมื่อเร็วๆ นี้มีการก่อตั้ง “กองทุนไทยเพื่อการศึกษาพุทธศาสนานิกายเถรวาท”
ได้ยินมาว่า เมื่อเร็วๆ นี้มีการก่อตั้ง “กองทุนไทยเพื่อการศึกษาพุทธศาสนานิกายเถรวาท” ให้แก่มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา โดย ดร.อำนวย วีรวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ด้วยเงินสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนจำนวน 60 ล้านบาท ดร.อำนวย สนับสนุน 30 ล้านบาท สำนักงานทรัพย์สินฯ มอบให้อีก 30 ล้าน
การก่อตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาพุทธศาสนานิกายเถรวาทภายใต้ความคิดริเริ่มของ ดร.อำนวย ถือได้ว่าเป็นการมองการณ์ไกลโดยมุ่งไปที่ความเจริญยั่งยืนของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทเป็นสำคัญ
นิกายเถรวาท หมายถึง กลุ่มผู้ที่ศึกษาและยึดมั่นในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด พระพุทธเจ้าบัญญัติตรัสไว้อย่างไรก็ยึดตามนั้น ไม่ตัดทอนสิ่งที่ทรงบัญญัติไว้ และไม่เพิ่มอันใหม่เข้าไป
การเกิดขึ้นของนิกายเถรวาท มีขึ้นหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานได้ 3 เดือน โดยมีพระสาวกผู้ได้เคยสดับคำสั่งสอนของพระองค์จำนวน 500 รูป ประชุมทำการสังคายนาครั้งแรก ณ ถ้ำสัตบรรณคูหา ใช้เวลาสอบทาน 7 เดือน จึงประมวลคำสอนของพระพุทธเจ้าได้สำเร็จ
เรียกคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ลงมติกันไว้ในครั้งปฐมสังคายนาและได้นับถือกันสืบมานั้นว่า เถรวาท และเรียกว่าพระสงฆ์ที่ยึดมั่นในหลักคำสอนนั้นว่าพระสงฆ์นิกายเถรวาท
ที่มาโครงการ ดร.อำนวย ประธานกองทุนไทยเพื่อการศึกษาพุทธศาสนานิกายเถรวาทเล่าว่า ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเห็นความสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาออกไปสู่นานาประเทศ
และการจัดตั้งกองทุนให้แก่มหาวิทยาลัยมิชิแกน ดร.อำนวยบอกว่าเนื่องจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นสถาบันที่มีหลักสูตรพุทธศาสนศึกษาโดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ละปีจะมีนักศึกษา ป.ตรีลงทะเบียนเรียนวิชาพระพุทธศาสนาหลายร้อยคน
ขณะเดียวกัน หลักสูตรพระพุทธศาสนายังได้รับความสนใจจากนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งจากสหรัฐและประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปและเอเชีย ที่ผ่านมา บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาสาขาพุทธศาสนศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนหลายคนได้เข้าทำงานที่มีความสำคัญมากมายด้านพุทธศาสนศึกษา
อีกส่วนหนึ่งยังได้ดำรงตำแหน่งที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยชื่อดังต่างๆ เช่น เยล, ดาร์ตมัธ, จอร์จทาวน์, เพื่อร่วมเป็นบุคลากรที่จะมาร่วมถ่ายทอดวิชาพระพุทธศาสนาให้กับนักศึกษารุ่นต่อๆ ไปได้
โครงการนี้ได้นิมนต์ พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ อธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นที่ปรึกษากองทุนฯ ซึ่งท่านได้พูดถึงสิ่งที่กองทุนจะต้องดำเนินการต่อไป คือการแต่งตั้งอาจารย์ระดับศาสตราจารย์ด้านพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมาอยู่ในภาควิชาภาษาและวัฒนธรรมเอเชียในหลักสูตรไทยศึกษาและหลักสูตรพระพุทธศาสนาศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้จะมีหน้าที่อนุมัติให้ภาควิชาสร้างหลักสูตรพระพุทธศาสนาเถรวาทโดยตรงด้วย ทว่า บุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์จะไม่จำกัดว่าเป็นคนชาติไหน ประเทศใด แต่ต้องพูดภาษาไทยได้ ต้องรู้ภาษาบาลี และต้องสามารถศึกษาพระพุทธศาสนาเถรวาทในทุกประเทศได้
การดำเนินการครั้งนี้จะทำให้มีผู้ที่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทเป็นครั้งแรกของโลก เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านพระพุทธศาสนาก็จริง แต่ยังไม่เคยมีของนิกายเถรวาทมาก่อน
ซึ่งต่อไปจะส่งผลให้มีการดำเนินการศึกษา วิจัย ด้านพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมากขึ้น และส่งผลดีต่อความเจริญมั่นคงพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะนิกายเถรวาทต่อไปในปัจจุบันและอนาคต
เช่นเดียวกับ ศ.โดนัลด์ โลเปซ หัวหน้าภาควิชาภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่บอกว่า ที่ผ่านมา หลักสูตรพุทธศาสนศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกนมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาพุทธแบบอินเดีย ทิเบต จีน เกาหลี และญี่ปุ่น แต่ยังขาดผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทซึ่งเป็นพุทธศาสนานิกายเก่าแก่ที่สุดในโลกและเป็นนิกายที่คงไว้ซึ่งคำสอนที่ใกล้เคียงกับคำสอนของพระพุทธเจ้ามากที่สุด
ต่อไปเราก็คงจะเห็นพัฒนาการของกองทุนนี้ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าจะก่อให้เกิดความเจริญมั่นคงอย่างยั่งยืนและเป็นผลดีแก่พระพุทธศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งพุทธศาสนานิกายเถรวาท







